ภาษาไทย   
       
ค้นหา:
 
   เข้าสู่ระบบ!! สมัครสมาชิก  Mobile   PDA     รถเข็น   

   
สินค้า
ปฏิทินข่าวสาร


   
เปิดเวบเมื่อ
19/06/2552
ปรับปรุงเวบเมื่อ
26/09/2557
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด
860



   

ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (860)
หลวงปู่หมุน วัดบ้านจาน
หลวงปู่โสฬส วัดโคกอู่ทอง จ.ปราจีนบุรี
หลวงปู่ทองดำ วัดถ้ำตะเพียนทอง
หลวงพ่อดำ วัดสันติธรรม
หลวงพ่อสวัสดิ์ วัดโพธิ์เทพประสิทธิ์ ลพบุรี
หลวงพ่อเกิด วัดเขาดิน จ.ชัยนาท
หลวงพ่อเสือ วัดดอนยายเผื่อน สิงห์บุรี
หลวงพ่อแช่ม วัดสำนักตะคร้อ นครราชสีมา
หลวงพ่อสมยศ วัดไทรทองพัฒนา
 หลวงปู่จันทร์ วัดจันทรังษี ขอนแก่น
หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน อยุธยา
พระเกจิยอดนิยมทั่วไป
หลวงปู่ตันบุญ วัดป่าทุ่งกุลาเฉลิมราช ร้อยเอ็ด
หลวงพ่อสมพงษ์ วัดใหม่ปิ่นเกลียว
ครูบากฤษณะ อินทฺวณโณ
 เครื่องราง ของขลัง
หลวงปู่ทวด ทุกวัด
พระอาจารย์พรสิทธิ์ วัดสว่างอารมณ์
หลวงพ่อชำนาญ วัดบางกุฎีทอง
หลวงพ่อรวย วัดตะโก อยุธยา
หลวงตาช้วน วัดขวาง สุพรรณบุรี
หลวงปู่ยวง วัดหน้าต่างใน อยุธยา
หลวงปู่แป๋ว วัดดาวเรือง สิงห์บุรี
หลวงปู่หุน วัดบางผึ้ง ฉะเชิงเทรา
หลวงพ่อสุพจน์ วัดศรีทรงธรรม
ครูบาอินแก้ว วัดพระธาตุดอยทีมู ตาก
อาจารย์แดง วัดไร่ ปัตตานี
หลวงพ่อฟู วัดบางสมัคร
หลวงปู่อั๊บ วัดท้องไทร นครปฐม
หลวงปู่หงษ์ วัดเพชรบุรี สุรินทร์
หลวงปู่ชื่น วัดตาอี บุรีรัมย์
ญาท่านโทน วัดบ้านพับ อุบล
หลวงปู่นิ่ม วัดพุทธมงคล สุพรรณบุรี
หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน สิงห์บุรี
หลวงพ่อเพี้ยน วัดเกริ่นกฐิน ลพบุรี
หลวงปู่ลู วัดหนองจาน ชัยภูมิ
หลวงปู่บุญ วัดแสงน้อย จ.อุบลราชธานี
หลวงพ่อสมชาย วัดคงคา กาญจนบุรี
หลวงปู่จัน วัดวังเวิ่น เพชรบูรณ์
หลวงพ่อผิน วัดโคกสว่าง ปราจีนบุรี
หลวงปู่เฉลิม วัดบุญนาคประชาสรรค์ สมุทรสงคราม
หลวงพ่อมาโนช วัดบุ่งคล้า นครราชสีมา
หลวงปู่ครูบาเป็ง อาศรมสุขาวดี กำแพงเพชร
หลวงปู่น้อย วัดบ่อหลวง เพชรบุรี
พระครูวิรัช วัดสำโรง อ่างทอง
หลวงปู่ทองย้อย วัดอัมพวัน นนทบุรี
หลวงปู่ครูบาบุญทา วัดเจดีย์สามยอด ลำพูน
หลวงปู่ผาด วัดไร่
หลวงปู่เจ้าคุณเจือ วัดบ้านไผ่ นครราชสีมา
หลวงพ่อเสน่ห์ วัดพันสี อุทัยธานี
หลวงปู่ชั้น วัดดอนสนวน ชัยนาท
หลวงพ่อชู วัดทัพชุมพล นครสวรรณ์
หลวงพ่อไพโรจน์ วัดโคกพระ สิงห์บุรี
หลวงปู่เช้า วัดห้วยลำใย
รายการเปิดจองด่วน
พระอาจารย์เก่ง เขาถ้ำพระ สุราษฎร์ธานี
ครูบาสิทธิ วัดปางต้นเดื่อ จ.เชียงใหม่
หลวงปู่แย้ม วัดตะเคียน
พระพุทธชินราช
หลวงปู่แขก วัดสุนทรประดิษฐ์
หลวงพ่อเอิบ วัดซุ้มกระต่าย
พระอาจารย์ติ๋ว วัดมณีชลขัณฑ์
หลวงพ่อสม สุชีโว
หลวงพ่อทองหล่อ วัดโปรดสัตว์
พ่อท่านเงิน วัดโพรงงู
หลวงปู่เกลี้ยง วัดโนนแกด
หลวงเตี่ยเจ็ก
หลวงปู่สิมพะลี
หลวงพ่อกลม
หลวงปู่ทวี วัดมะสง จ.นนทบุรี
หลวงพ่อหวั่น วัดคลองคูณ จ.พิจิตร
พระครูน้อย วัดชัยมงคล สุพรรณบุรี
หลวงพ่อชุม วัดหนองบัว สุพรรณบุรี
หลวงพ่อไพโรจน์ วัดโคกพระ สิงห์บุรี
หลวงปู่คำบุ วัดกุดชมพู
หลวงปู่ญาท่านเขียน วัดป่าช้ายางขี้นก
หลวงปู่จันทร์ วัดสำปะซิว
หลวงปู่เกลี้ยง วัดเนินสุทธาวาส
พระอาจารย์ภัตร วัดนาทวี สงขลา
 หลวงปู่เร็ว วัดหนองโน จ.อุบลราชธานี





กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ



     


   





           พ.ราชพฤกษ์               

 สาขาเดอะสแควร์ บางใหญ่ ชั้น 3 โทร.084-785-7989 (สมเกียรติ)

สาขาเดอะมอลล์บางแค ชั้น P ใกล้ลานจอดรถ โทร.087-244-5113 (น้องพาน)

     สั่งทางไปรษณีย์ โทรสอบถามวัตถุมงคลก่อนโอนเงินนะคะ

โอนเงินเข้าบัญชี  ธนาคารไทยพาณิชย์ ออมทรัพย์

สาขา ตลาดเจ้าพระยา (บางใหญ่)

ชื่อบัญชี นายสมเกียรติ หมื่นกล้า

 เลขบัญชี 401-254-730-1

โอนแล้วกรุณาโทรแจ้งด้วยนะคะเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการจัดส่ง

สามารถโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 084-785-7989 (สมเกียรติ) ได้เลยค่ะ

 
รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> หลวงปู่ทองดำ วัดถ้ำตะเพียนทอง >> รุ่น มหาทานบารมี ๗๙ >> หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่


หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน






  Tell a Friend
หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน

รหัสสินค้า: 000477
ราคา: 0.00 บาท
รายละเอียด:

หลวงปู่ทองดำ อินทฺวํโส อายุ ๗๘ ปี ๕๕ พรรษา

เจ้าอาวาสวัดถ้ำตะเพียนทอง ต.ห้วยขุนราม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี

พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน

ศิษย์เอกหลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอร์เหนือ จ.ศรีสะเกษ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพฯ

หลวงปู่ทองดำ  อินทวํโส  พระเกจิอาจารย์ที่โด่งดังแห่งทุ่งทานตะวันงาม ในเวลานี้ อดีตท่านเคยถูกทางราชการขอร้องให้งดการลงหมึกสักยันต์ ด้วยบรรดาชาวบ้านมากมายหลายสิบคนที่มาลงหมึกสักยันต์จากท่านไปนั้นล้วนแต่เป็นเสือร้ายมีชื่อเสียงทั้งนั้น โดยท่านไม่เคยรู้เลยว่าเขาเป็นคนร้ายมีหมายจับของทางราชการ นับจากนั้นมาจนถึงปัจจุบันท่านทิ้งเข็มวางมือ ขนาดใครไปอ้อนวอนขอร้องให้ท่านสักยันต์ให้จะเป็นใครมียศตำแหน่งขนาดไหนท่านก็ไม่ยอม ด้วยท่านถือสัจจะกับครูบาอาจารย์ หลวงปู่บอกว่าการทำความดี มีเมตตาเผื่อแผ่ต่อผู้คนทั่วๆ ไปจะส่งผลดีให้กับผู้ปฏิบัติทุก ๆ คน

                วัดถ้ำตะเพียนทองแต่เดิมนั้นบริเวณนี้เต็มไปด้วยป่าไม้มากมาย เมื่อเริ่มสร้างวัดนั้นก็มีบ้านเรือนผู้คนในตำบลนี้ไม่กี่สิบหลังคาเรือนเท่านั้นเอง หลวงพ่อท่านมาอยู่เมื่อปี พ.ศ.2512 ด้วยมีเครือญาติของนางพิสมัย แซ่บาง เห็นวัตรปฏิบัติของท่านเมื่อครั้งที่ยังอยู่บริเวณหน้าถ้ำพระนารายณ์เขาวง จ.ลพบุรี ชักชวนให้มาอยู่ เขาก็บอกว่าให้ไปอยู่เถอะที่นั่นสงบมากเหมาะแก่การเจริญภาวนากรรมฐานอย่างยิ่ง เมื่อท่านเดินทางไปอยู่ ขณะชาวบ้านและเครือญาติของนางพิสมัย ก็ปลูกที่พักให้หลัง หนึ่งเล็ก ๆ ที่หน้าถ้ำตะเพียนทอง ซึ่งแต่ก่อนนั้นชาวบ้านไม่รู้ว่ามีถ้ำ รู้แต่ว่ามีทรัพย์สมบัติอยู่และผีดุเอาการ เมื่อท่านมาอยู่แล้วในปี พ.ศ.2512 นั้นท่านก็ช่วย ๆ กับชาวบ้านถากถางต้นไม้และมีพระติดตามท่านมาอีกรูปหนึ่ง คืนหนึ่งท่านฝันไปว่าในบริเวณแห่งนี้มีทรัพย์สมบัติและมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในถ้ำ ขณะเวลาการเจริญภาวนาเดินจงกลมนั้นก็มีวิญญาณร้ายมารบกวนไม่เคยขาด ท่านบอกต่อวิญญาณนั้นว่ามาที่นี่เพื่อสร้างวัดไม่ได้มาเอาทรัพย์สมบัติแต่ประการใด ๆ นั่นแหละเขาจึงยอมละหนีไป ต่อมาท่านฝัน ว่ามีม้าขาวตัวโตพูดได้มาพบท่านบอกให้หลวงพ่อขึ้นนั่งบนหลังจะพาไปชมในบริเวณถ้ำทั้งหมดท่านก็ขึ้นหลังมาตัวนั้นไป เขาพาท่านชมทุกสิ่งในถ้ำ ต่อมาท่านก็ปีนขึ้นไปบนเขาเหนือปลายถ้ำและปีนลงในถ้ำพบทุกสิ่งเหมือนอย่างในความฝันที่ม้าขาวพาท่านไปชม ตอนนั้นมีแต่มูลค้างคาวมากมาย ท่านเคยเข้าไปนั่งสมาธิกรรมฐานอยู่ในถ้ำเป็นเวลาหลายวัน ต่อมาท่านก็บอกให้ชาวบ้านรู้และช่วยกันเปิดปากถ้ำในเวลาต่อมา การเปิดปากถ้ำนั้นเปิดเมื่อปี พ.ศ.2516 หลังจากที่เปิดถ้ำแล้วมีพระที่รู้จักกันรูปหนึ่งมาอยู่ด้วย ท่านได้นิมิตจากสถานที่แห่งนี้ได้เลขไม่กี่งวดหาเงินช่วยสร้างกุฏิสงฆ์ขึ้นได้สองหลัง แล้วพระรูปนั้นก็เดินทางไปอยู่ที่วัดอื่น ปัจจุบันวัดนี้มีเนื้อที่เกือบ 30 ไร่ซึ่งก็มีผู้ร่วมถวายที่ดินอีกหลายราย นับแต่เปิดถ้ำแล้วก็มีคนเดินทางมาท่องเที่ยวกันเสมอ ๆ ปัจจุบันทางคณะกรรมการวัดได้เดินไฟฟ้าให้แสงสว่างในถ้ำทั้งยังสร้างพระพุทธรูปประดิษฐานไว้ในถ้ำด้วย และยังสร้างบ่อเก็บน้ำศักดิ์สิทธิ์ขึ้นอีกด้วยตามที่เจ้าแม่ตะเพียนทองได้เข้าฝันบอกเอาไว้

                ชาติภูมิหลวงปู่ทองดำ อินทฺวํโส นามเดิมว่า ทองดำ นามสกุล ปุยอบ ท่านเกิดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2477 ที่บ้านปรางค์กู่ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ คุณพ่อของท่านชื่อ ศิลา แม่ชื่อ นวล นามสกุล ปุยอบ มีพี่น้องด้วยกัน 4 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 2 คน ท่านเป็นคนที่ 3 พ่อแม่ของท่านประกอบอาชีพทำนา เมื่อเติบโตเข้าเรียนหนังสือที่วัดบ้านปราสาท เรียนจบชั้นประถมที่ 4 หลังจากนั้นก็ช่วยพ่อแม่ของท่านประกอบอาชีพในการทำนา

                อุปนิสัยของท่าน เมื่อเรียนจบช่วยทำนาทำไร่ เลี้ยงวัวเลี้ยงควาย หาปลาในช่วงฤดูฝน ช่วงหน้าแล้งบางคราวก็ไปหารับจ้างทำงานยังต่างถิ่น สมัยนั้นกันดารมาก ท่านช่วยเหลือครอบครัวทุกอย่าง เรื่องที่จะไปเที่ยวเตร่เหมือนคนอื่น ๆ นั้นก็ไม่เคย บางคราวที่จะไปเที่ยวตอนนั้นก็งานบุญประเพณีที่วัดสำคัญ ๆ เท่านั้นจนท่านมีอายุได้ 22 ปีจึงทำการอุปสมบทที่วัดสมอ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ พระอุปัชฌาย์ พระครูวิรุฬธรรมกิจ พระกรรมวาจาจารย์ ท่านพระอาจารย์เง้า พระอนุสาวนาจารย์ ท่านพระอาจารย์โพธิ์ บวชเป็นพระแล้วก็ต้องท่องบ่นสวดมนต์ให้คล่อง สมัยนั้นก่อนบวชต้องสวดมนต์บทต่าง ๆ ได้จนคล่องไม่เหมือนกับสมัยนี้ท่องขานนาคยังต้องคอยสอนกันด้วยซ้ำไป ศึกษาธรรมะ เรียนนักธรรมจนสอบได้นักธรรมตรี โท แล้วก็หันไปศึกษาทางด้านพระเวทกับ หลวงพ่อมุม อินทปัญโญ วัดปราสาทเยอร์เหนือ แต่แรกนั้นท่านก็ไม่ค่อยจะสอนวิชาให้เท่าใดนัก เพราะต้องการดูอุปนิสัยศิษย์ว่าจะเป็นอย่างไร ตอนไปอยู่กับท่านก็ช่วยงานท่านทุกอย่าง  ตอนหลังท่านก็เมตตาสอนให้ ศึกษาปฏิบัติอยู่กับท่านเป็นเวลาแรมปี ต่อมาท่านก็กลับไปอยู่ที่วัดเดิมแล้วก็ได้เรียนวิชากับ พระอาจารย์ทองสุข วัดบ้านเพชร ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่แก่กล้าพระเวทอย่างมาก ทั้งยังเป็นพระอาจารย์สักยันต์ที่เลื่องลือยิ่งรูปหนึ่ง ตอนหลังท่านลาสิกขาด้วยมีโรคประจำตัวไม่สะดวกในการดูแลพยาบาล แต่กระนั้นท่านก็ยังช่วยเหลือดูแลชาวบ้านที่มีความทุกข์ร้อนไม่ขาด ท่านพระอาจารย์ทองสุขได้มอบตำราไว้ให้ และยังสอนด้านการนั่งปฏิบัติภาวนากรรมฐานอีกด้วย จริง ๆ แล้วก็เรียนมากกับหลวงพ่อมุมเหมือนกัน สิ่งใดที่ท่านพระอาจารย์ถือว่าเป็นความรู้ก็จะรับและปฏิบัติ

                เป็นเจ้าอาวาสวัดปราสาทจันโงวัดนี้แต่เดิมนั้นแทบร้างขาดการดูแลเอาใจใส่จากพระสงฆ์และชาวบ้านก็ไม่ช่วยเหลืออาจเป็นด้วยการเงินชาวบ้านไม่ค่อยดีเพราะสมัยนั้นชาวบ้านมีรายได้น้อย หลวงพ่อมุมให้ท่านไปเป็นเจ้าอาวาสช่วยเหลือในการก่อสร้างท่านก็เดินทางไปช่วยเหลือก่อนสร้างเสนาสนะต่าง ๆ เป็นเวลาถึง 15 ปี เป็นเจ้าอาวาสปกครองอยู่เกือบ 12 ปี หลังจากสร้างวัดจนสำเร็จมั่นคงดีแล้ว ท่านก็เดินธุดงค์ไปทางอุบลฯ และได้ไปพบกับ พระอาจารย์โฮม เป็นพระอาจารย์ปฏิบัติรูปหนึ่งที่เก่งมาก ท่านฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อก็ไปเรียนวิชากับพระอาจารย์โฮมที่บนเขา ท่านสอนให้เดินจงกลม นั่งปฏิบัติภาวนาและสอนมนต์ต่าง ๆ ให้ เขาลูกนั้นอยู่ไกลบ้านเรือนผู้คนมากแต่เวลาท่านพาเดินบิณฑบาตเดี๋ยวเดียวก็ถึง เวลาท่านพระอาจารย์ข้ามไปฝั่งลาว บริเวณตรงที่ท่านข้ามนั้นบ้านเรือนผู้คนไม่มีเลย พอเวลาท่านข้ามนั้นมีคนมาจอดเรือรับไปส่งและรับข้ามกลับมา แต่พอเวลาท่านไปหาดูหมู่บ้านแถวนั้นก็ไม่มี สอบถามท่านพระอาจารย์ท่านบอกว่าให้ปฏิบัติไปเถอะแล้วสักวันก็จะรู้เอง อยู่กับท่านพรรษาหนึ่งเรียนวิชาจบแล้วก่อนลากลับท่านมอบตำรา “พระธรรมเก้าโกฏ” ให้มาด้วย ตำรานี้มีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ท่านได้นำมาอ่านท่องจนจำขึ้นใจได้ทุกหน้า

                เดินธุดงค์แถบอีสานหลายจังหวัดหลังจากท่านได้ลาจากพระอาจารย์โฮมผู้เป็นอาจารย์แล้ว ได้เดินธุดงค์จากจังหวัดอุบลฯ มาแถบอีสานผ่านหลายจังหวัด บางวันก็ไม่เคยได้ฉันอาหาร ยิ่งบางคราวหลายวันถึงได้ฉันอาหาร ด้วยการเดินทางไปไม่พบบ้านเรือนผู้คนเลยแม้แต่หลังเดียว ต่อมาพบพระสงฆ์ที่รู้จักกันชวนให้มาสระบุรี ลพบุรี ตอนนั้นเดินทางทั้งกลางวันและกลางคืนมากับกองคาราวานเกวียนของชาวบ้านที่ไปขายสินค้ายังโคราช เมื่อมาถึงโคราชแล้วก็ต้องตัดลัดทุ่งต่อไป ช่วงที่จะผ่านดงพญาเย็น แต่เดิมนั้นมีชื่อว่าดงพญาไฟ ใครไม่เก่งจริงผ่านที่แห่งนี้ไม่ได้ เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายมากมาย ทั้งเสือร้ายก็ชุกชุมคอยดักจี้ปล้นเอาทรัพย์ ผีสางนางไม้ก็ดุร้าย ทั้งไข้ป่าก็ชุกชุมด้วยเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย ที่ราบลุ่มและภูเขาใหญ่น้อย ท่านและเพื่อนก็สามารถผ่านไปถึงสระบุรี ลพบุรีได้แล้วก็แยกย้ายไปคนละทาง

                ท่านมาปักกลดอยู่ที่หน้าถ้ำพระนารายณ์เขาวง แต่แรกก็ไม่มีชาวบ้านให้ความสนใจ ท่านก็ปฏิบัติภาวนาของท่านตามปกติ อยู่มาวันหนึ่งมีชาวบ้านสามสี่คนมาหาเอาอาหารมาถวายและมีคนหนึ่งค่อนข้างจะยากจนมากมาต้มน้ำให้ท่านบ้างทำโน่นให้ท่านบ้าง ท่านก็มีแต่อาหารที่เหลือให้เขาก็บอกตรง ๆ ว่าไม่มีข้าวจะกินทำงานรับจ้าง คราวก็ถูกคนรังแก ต่อมาท่านก็ลงกระหม่อมให้และให้ตะกรุดโทนไปดอกหนึ่ง อีกหลายวันต่อมามีชาวบ้านมาหาท่านกันหลายคน เขามาขอตะกรุดท่าน มาขอของดีจากท่าน แต่แรกก็ไม่รู้ว่าที่เขามาขอนั้นด้วยมีประสบการณ์อะไรเพราะไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย หลังจากนั้นร่วมสิบวันคนที่เคยมาขอข้าวที่เหลือจากท่านกินมากราบท่านเขาบอกว่าถูกรุมทำร้าย แต่แรกเลยนั้นเขาไม่สู้แต่ด้วยจนตรอกจึงต้องสู้เขาคนเดียวฝ่ายตรงข้ามร่วมสิบคนเขาสู้ไม่ได้ถูกตีสลบ คนพาไปส่งโรงพยาบาลรักษาหลายวัน ในตัวเขามีตะกรุดที่หลวงพ่อให้ไว้นั่นเอง แต่นั้นมามีชาวบ้านมาหาท่านเสมอ ๆ

                วันหนึ่งมีญาตินางพิสมัย ซึ่งเป็นลุงและพ่อของเขามาสนทนากับท่านและชวนให้ไปอยู่ที่วัดถ้ำตะเพียนทองปัจจุบันนี้ เขาเล่าให้ฟังว่าอยากจะให้หลวงพ่อไปอยู่ที่นั่น สงบเงียบเหมือนที่นี่แหละ ท่านจะไปไหม ญาติของเขาอยู่นั่นกันหลายสิบคนครอบครัวทำไร่ทำนากัน ถ้าไปก็จะถวายที่ดินให้สร้างวัด ท่านตัดสินใจอยู่หลายวัน วันสุดท้ายชาวบ้านที่ชักชวนก็ไปหาอีกคราวนี้ท่านตอบตกลง และก็มาอยู่มาสร้างวัดนี้จนถึงปัจจุบัน เมื่อมาอยู่ตอนระยะแรก ๆ นั้นก็มีคนมาหาน้อย ท่านบอกว่าสงบเงียบมาก คืนไหนเดือนหงายก็มีชาวบ้านใกล้ ๆ มาสนทนาด้วย มองไปก็เห็นแต่แสงจันทร์ส่องสว่างท้องฟ้า อากาศปลอดโปร่งดีเหลือเกิน เมื่อสร้างสิ่งก่อสร้างได้ระยะหนึ่งมีชาวบ้านมาขอของดีกับท่าน หลวงพ่อก็มีแต่ตะกรุดโทนทำให้ไป ต่อมาก็ลงหมึกสักยันต์ให้ชาวบ้าน ผู้คนดั้นด้นกันมาจากที่ไกล ๆ ในนั้นท่านก็ไม่รู้ว่ามีเสือร้ายมีหมายจับของทางราชการหลายคน ตอนหลังท่านผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีในสมัยนั้น นายเชาว์วัด สุดลาภา นำเฮลิคอปเตอร์พร้อมด้วยทหารหลายคนมาพบท่านเล่าเรื่องให้ฟังและขอร้องให้งดการลงหมึกสักยันต์ เพราะหลายคนเป็นโจรปล้นฆ่าชาวบ้านมากมายยากแก่การปราบ ท่านทำพิธีล้างอาถรรพณ์ให้ ต่อมาท่านผู้ว่าก็สามารถนำกำลังปราบโจรดัง ๆ ในลพบุรี จนสงบ ใครไม่เลิกก็หายตายไปเลย ต่อมาท่านก็สร้างเสื้อยันต์ ผ้ายันต์แจกให้ทหารไปรบตามชายแดน ช่วงนั้น ผกค.ยังมีเยอะ เมื่อเสร็จภารกิจพวกทหารก็มากราบท่านถึงวัด บางกลุ่มเดินทางมาถึงเวลากลางคืน บางกลุ่มมากันพร้อมอาวุธ พวกเขาบอกว่ารอดพ้นปลอดภัยจากฝ่ายตรงข้ามด้วยเสื้อยันต์ของหลวงพ่อ ต่อมาท่านก็ทำตะกรุดโทนแจกให้ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดนอีก

                ช่วงที่เปิดถ้ำไม่นานท่านก็สร้างพระเครื่องขึ้นแล้วก็หยุดไประยะหนึ่งหลังจากปี พ.ศ.2520-2524 ช่วงนั้นท่านรับนิมนต์ร่วมพิธีปลุกเสกพระเครื่องในกรุงเทพฯหลายสิบครั้งด้วยกัน มีพระอาจารย์ดัง ๆ หลายสิบรูป มี หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี หลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่าน หลวงปู่คำมี วัดถ้ำคูหาสวรรค์ หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์ หลวงพ่อสุด วัดกาหลง หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์โก่งธนูฯลฯ หลังจากนั้นท่านก็เงียบหายไปนานจนถึงต้นปี พ.ศ.2545 ท่านจึงจัดสร้างเครื่องรางของขลังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง  เพื่อหารายได้มาก่อสร้างโบสถ์ สร้างกุฏิสงฆ์ สร้างเสนาสนะต่าง ๆ อุโบสถ์ ทุกอย่างก็สำเร็จลุล่วงไปแล้วอย่างรวดเร็ว กุฏิสงฆ์ของท่านที่คณะศิษย์ชาวไทยและต่างประเทศร่วมกันถวายเงินก่อสร้างจนสำเร็จแล้วในเวลานี้

                ในระยะเวลาที่เงียบหายไปนั้นท่านก็ออกเดินธุดงค์ไปตามที่ต่าง ๆ ทั้งภาคกลาง อีสาน จนไปถึงลำปาง ท่านก็พบชาวบ้านคนหนึ่งชวนท่านไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพ ท่านก็ไปรถกับชายคนนั้น เขาไปส่งท่าน ขากลับท่านก็พบชาวบ้านชวนท่านขึ้นรถมาถึงพิษณุโลก แล้วท่านก็เดินทางของท่านล่องมาทางใต้ ไปเรียนทางวิปัสสนาที่สำนักวิเวกอาศรมที่  อ.เมือง จ.ชลบุรี จนสำเร็จญาณสมาบัติ 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน ช่วงนั้นท่านเดินธุดงค์ไปพบเห็นมีพระสงฆ์ไปฝึกปฏิบัติกันเยอะ มีพระที่สนิทกับท่านสองรูปที่ปฏิบัติสำเร็จตามที่ครูบาอาจารย์สอนและท่านก็อยู่ช่วยสอนพระรุ่นต่อ ๆ มาระยะหนึ่ง แล้วก็เดินธุดงค์ต่อไป

                การสร้างพระเครื่องเนื้อผงของท่านนั้นหลวงปู่ต้องเขียนผงนะต่าง  ยันต์ต่าง ๆ ตามที่เล่าเรียนมาแล้วถึงเอาผสมทำพระเครื่องขึ้น จึงบังเกิดฤทธิ์ความศักดิ์สิทธิ์ด้านต่าง ๆ ดังปรากฏต่อผู้นับถือติดตัวอยู่เสมอ ๆ ต่อมาคณะศิษย์ขอร้องให้ท่านสร้างพระปิดตา ท่านก็จัดสร้างขึ้นอีกตามความต้องการและนำรายได้มาใช้ในการก่อสร้างวัด พระปิดตาที่ท่านสร้างตามแบบพระอาจารย์ของท่านอีกท่านหนึ่งคือ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ท่านเคยเรียนวิชากับท่านช่วงที่ร่วมปลุกเสกพระเครื่องในกรุงเทพฯ ตอนนั้นท่านเห็นหลวงพ่อละมูล วัดเสด็จไปหาหลวงปู่โต๊ะ และรู้จากพระอาจารย์ของท่านว่า หลวงปู่โต๊ะท่านเก่งน่าเลื่อมใสแก่กล้าสมาธิมาก ท่านจึงไปขอเรียนวิชาจากท่านมาบ้าง รวมทั้งการสร้างพระปิดตาด้วย หลวงปู่โต๊ะท่านให้วิชาไปหลายอย่าง

พระปิดตาที่สร้างชื่อเสียงให้กับหลวงปู่ทองดำมากที่สุดจนทำให้ชื่อเสียงของหลวงปู่ทองดำโด่งดังไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นเมืองไทยหรือต่างประเทศ คือ รุ่น สร้างวิหาร เพราะท่านได้จำลองแบบพิมพ์ปิดตาพิมพ์จัมโบ้และยันต์ดวงเศรษฐี ของหลวงปู่โต๊ะผู้เป็นอาจารย์และยังได้เนื้อหามวลสารสร้างตามสูตรหลวงปู่โต๊ะทุกประการ เพราะช่างที่กดพิมพ์เป็นช่างที่เคยกดพิมพ์พระเครื่องเนื้อผงของหลวงปู่โต๊ะทุกรุ่น พระปิดตาดวงเศรษฐีจัดสร้างและพุทธาภิเษกเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2553 โดยพระเกจิชื่อดัง 9 รูป 1.ล.ป.ทองดำ วัดถ้ำตะเพียนทอง ลพบุรี 2.ล.พ.พูน วัดบ้านแพน อยุธยา 3ล.พ.เสน่ห์จันทร์ วัดจันทรังษี  ขอนแก่น  4.ล.ป.แฉล้ม วัดพุทธประดิษฐ์  มหาสารคาม5.ล.พ.เสือ วัดดอนยายเผื่อน สิงห์บุรี  6.ล.พ.แม้น วัดหน้าต่างนอก อยุธยา 7. ล.พ.เอื้อน วัดวังแดงใต้ อยุธยา 8.ล.พ.สัญญา วัดกลางบางแก้ว นครปฐม 9.ล.ป.ต้นบุญ วัดป่าทุ่งกุลาเฉลิมราช ร้อยเอ็ด พระสวดพุทธาภิเษกจากวัดระฆังโฆสิตาราม กทม. มีศิษย์หลายพันคนเข้าร่วมพิธี รายได้จากการบูชา สร้างวิหารประดิษฐานพระ ๙ หน้ามหาเศรษฐีองค์ใหญ่ ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ไปแล้วเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2553

พระปิดตามหามงคลดวงเศรษฐี หลวงปู่ทองดำ  อินทวํโส ได้ดำเนินการจัดสร้างโดยได้ตำรับตำราจากหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กทม. ผู้เป็นอาจารย์ของหลวงปู่ทองดำ พระปิดตาดวงมหาเศรษฐีรุ่นนี้ได้นำเนื้อเกสรดอกไม้ มากกว่า 108 ชนิด เป็นส่วนผสม อาทิ ดอกบัวไหว้พระ ดอกคูณ ดอกเสน่หา ดอกสวาท ดอกรัก ดอกวาสนา ดอกกาสา ดอกโมก ดอกมะรุม และยังมีอีกมากที่ไม่เอ่ยชื่อ ที่เป็นว่าจริง ๆ ใส่จริง ๆ พร้อมกับว่านมหามงคล 108 ชนิด อาทิ ว่านมหาเศรษฐี ว่านนางกวัก ว่านรางเงิน ว่านรวยทอง ผงอิทธิเจ ผงตรีนิสิงเห ผงมหาราช ที่เคยได้รับมอบจากหลวงปู่โต๊ะ และยังมีว่านมหามงคลอีกเป็นจำนวนมากมาผสมกับชานหมาก เกศา จีวร ของหลวงปู่ทองดำทุกองค์  ใครนำไปบูชาติดตัวจะเกิดผลดีมีแต่โชคลาภ เงินทองไหลมาเทมาไม่ขาดสาย จะมีแต่ความเจริญก้าวหน้า ร่ำรวยยิ่งขึ้น แคล้วคลาด ปลอดภัย รายการที่จัดสร้างครั้งนั้นประกอบด้วย 1.เนื้อผงพญางิ้วดำ องค์เนื้อเกสร ฝังตะกรุดทองคำ 9 ดอก สร้าง 29 องค์ (โค้ด+เลข) 2.เนื้อผงพญางิ้วดำ องค์เนื้อเกสร ฝังตะกรุดทองคำ 5 ดอก สร้าง 76 องค์(โค้ด+เลข) 3.เนื้อผงพญางิ้วดำ องค์เนื้อเกสร ฝังตะกรุดทองคำ 3 ดอก สร้าง 199 องค์(โค้ด+เลข) 4.เนื้อผงพญางิ้วดำ องค์เนื้อเกสร ฝังตะกรุดเงิน 3 ดอก สร้าง 1,553 องค์ (โค้ด) 5.เนื้อผงเกสร ฝังตะกรุดทองคำ 9 ดอก สร้าง 29 องค์(โค้ด+เลข) 6.เนื้อผงเกสร ฝังตะกรุดทองคำ 5 ดอก สร้าง 99  องค์(โค้ด+เลข)

7.เนื้อผงเกสร ฝังตะกรุดทองคำ 3 ดอก สร้าง 299 องค์(โค้ด+เลข) 8.เนื้อผงเกสร ฝังตะกรุดเงิน 3 ดอก สร้าง 2,553 องค์ (โค้ด) 9.เนื้อผงชานหมาก ฝังตะกรุดทองคำ 9 ดอก สร้าง 29 องค์(โค้ด+เลข) 10.เนื้อผงชานหมากฝังตะกรุดทองคำ 5 ดอก สร้าง 99 องค์(โค้ด+เลข) 11.เนื้อผงชานหมากฝังตะกรุดทองคำ 3 ดอก สร้าง 299 องค์(โค้ด+เลข) 12.เนื้อผงชานหมาก ฝังตะกรุดเงิน 3 ดอก สร้าง 2,553 องค์ (โค้ด) 13.เนื้อผงพญางิ้วดำ ฝังตะกรุดเงิน 9 ดอก (กรรมการ) ตอก 2 โค้ด สร้าง 500 องค์  ส่วนรุ่นที่สองคือ รุ่น ฉลองวิหาร รุ่นนี้ถือว่าเป็นการรวบรวมมวลสารมากที่สุดในประเทศไทยเรียกได้ว่า ที่สุดของที่สุดของการจัดสร้าง เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่หลวงปู่ทองดำ อินทวํโส พระเมตตาอาคมขลังแห่งทุ่งทานตะวัน ที่ได้รวบรวมที่สุดของมวลสารที่หลวงปู่ทองดำ ได้รวบรวมตลอดเวลา 33 ปี ที่สุดของเกสรดอกไม้ 896 กว่าชนิด ที่สุดของว่านมหามงคล 445 กว่าชนิด ที่สุดของไม้พญากาฝาก 132  กว่าชนิด ที่สุดของผงเถ้าธูปจากสถานที่วัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศและต่างประเทศ ที่สุดของน้ำมนต์จากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และพระเกจิชื่อดังทั่วประเทศหมื่นกว่าวัด ที่สุดของสายสิญจน์มงคลพิธีพุทธาภิเษกสำคัญทั่วประเทศ ที่สุดของพระผงเก่าและใหม่ที่ชำรุดและไม่ชำรุดทั่วประเทศ ที่สุดของแร่อัญมณี และไม้มงคลประจำวันเกิด ที่สุดของที่สุดจนไม่สามารถนำมาลงอธิบายสรรพคุณได้หมด  เพื่อนำมาจัดสร้างพระปิดตามหามงคล ๗๘ ในวาระฉลองอายุครบ 78 ปี โดยจัดให้มีอภิมหาพุทธาภิเษก ในวันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2553พระปิดตามหามงคล ๗๘ ทุกเนื้อ ทุกพิมพ์ การันตี สวย คม ชัด ทุกองค์ บรรจุอยู่ในกล่องอย่างดี นี่คือเจตนาอันบริสุทธิ์ เจตนาแห่งความเมตตาของหลวงปู่ทองดำ ที่เห็นลูกศิษย์ทุกคนเหมือนลูกเหมือนหลานของท่าน จึงจัดสร้างของดี ๆ ที่สร้างจากมวลสารจริง ๆ ที่เป็นมงคล เนื่องในวาระที่ท่านมีอายุครบ 78 พรรษา  เหมาะสำหรับบูชาติดตัว ติดบ้านเรือน เพื่อความเป็นสิริมงคล เพื่อความร่ำรวย หรือบูชาเพื่อเป็นของขวัญ ของมงคลสำหรับคนที่เคารพรัก ในวันปีใหม่ ขึ้นบ้านใหม่ เปิดกิจการร้านค้า หรือแม้แต่มอบให้ลูกน้องพนักงานในบริษัท หรือผู้ที่ประกอบธุรกิจขายตรง จะทำให้เพื่อยอดขายเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ

พระปิดตามหามงคล ๗๘ เป็นพระปิดตามหาโชค มหาลาภ ผู้บูชาติดตัวทุกคนจะประสบแต่โชคลาภ ประสบแต่ความเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย หรือแม้แต่เพียงนำบูชาไว้ที่บ้าน ที่ทำงาน ที่บริษัท ที่รถ ก็จะนำมาแต่สิ่งที่ดี ๆ มาสู่ตัวเองและครอบครัว ให้มีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข  จัดสร้างในครั้งนี้มีด้วยกัน 3 พิมพ์ คือ 1. พิมพ์จัมโบ้ใหญ่ ด้านหลังเป็นยันต์ใบพัด ลงอักขระด้วยคาถาแก้ว 4 ดวง หนุนธาตุ คือ นะ มะ อะ อุ รอบด้วย อิ สวา สุ  เหมาะสำหรับผู้ชายที่เป็นหัวหน้าครอบครัว หรือผู้ที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว สรรพคุณ แคล้วคลาดปลอดภัย เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยมและโชคลาภอยู่ในตัว 2.พิมพ์ปลดหนี้ด้านหลังยันต์นะมหาเศรษฐี ซึ่งเป็นยันต์ประจำตัวของหลวงปู่ทองดำ ที่ท่านลงอักขระเป็นประจำ เหมาะสำหรับผู้หญิงหรือผู้ที่ไม่ค่อยชอบพระองค์ใหญ่ บูชาเสริมโชค เสริมลาภ ค้าขายรุ่งเรือง ร่ำรวย 3.พิมพ์ยันต์ดวงเล็กหลังยันต์ดวงเศรษฐี เหมาะสำหรับเด็กเล็ก เด็กโต หรือผู้ที่ชื่นชอบวัตถุมงคลที่องค์เล็ก ๆ หรือชอบห้อยพระหลายองค์

เนื่องจากพระปิดตามหามงคล ๗๘ ทุกเนื้อ ทุกพิมพ์ ทุกรายการ สร้างจากมวลสารจริง ๆ มวลสารแต่ละชนิดล้วนมีสรรพคุณแตกต่างกันออกไป ถือว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ไม่ว่าท่านจะเกิดวันไหน ปีไหน ถ้าดวงดี จะเสริมให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ถ้าดวงไม่ดี จะหนุนให้ดีขึ้น หรือจะเป็นปีชงหรือไม่ชงก็ตาม ขอให้ อธิษฐานในสิ่งที่ปรารถนา ขอโชค ขอลาภ ขอแคล้วคลาดคงกระพัน เพียงแต่ท่านบูชาวัตถุมงคลรุ่นนี้ติดตัวหรือบูชาติดบ้าน บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ท่านก็จะประสบพบแต่คำว่า “เฮงทุกปี ดีทุกวัน”  รายการที่จัดสร้าง พระปิดตามหามงคล ๗๘ พิมพ์ใหญ่/พิมพ์ปลดหนี้/ พิมพ์ยันต์ดวงเล็ก ชุดตะกรุดทองคำ 9 ดอก เนื้อผงพญางิ้วดำ/เนื้อว่านมหามงคล/ เนื้อเกสร สร้างเนื้อละ 78 ชุด /ชุดตะกรุดทองคำ 5 ดอก สร้างเนื้อละ 278 ชุด /ชุดตะกรุดทองคำ 3 ดอก  สร้างเนื้อละ 378 ชุด / ชุดตะกรุดทองคำ ทุกเนื้อตอกโค้ดและหมายเลขเดียวกัน/ชุดตะกรุดเงิน 3 ดอก สร้างเนื้อละ 5,978 ชุด พิธีอภิมหาพุทธาภิเษกครั้งยิ่งใหญ่ วันที่ 22 สิงหาคม 2553 โดยพระเกจิชื่อดังแห่งยุค 9 รูป รวมพลังปลุกเสกวัตถุมงคลรุ่น  ฉลองวิหาร ท่ามกลางพายุฝนตกกระหน่ำทั่วประเทศ แต่ที่วัดถ้ำตะเพียนทองกับมีแสงแดงสลับกับเมฆคึ้มตลอดเวลา แต่ไม่มีฝนตกแม้แต่หยดเดียวจนเสร็จพิธี หลังจากศิษย์เดินทางกลับหมดฝนตกหนัก 5 ชั่วโมงรวด สร้างความศรัทธาและอัศจรรย์แก่ศิษย์ที่เข้าร่วมพิธีเสริมดวง เสริมโชค เสริมลาภ เสริมความร่ำรวยยิ่งนัก  หลวงปู่ทองดำ อธิษฐานจิตปลุกเสกเดียวเป็นปฐมฤกษ์ วันที่ ๑๙ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๙ ซึ่งเป็นวันเกิดของท่านอีกด้วย 2.หลวงปู่สรวง วัดถ้ำพรหมสวัสดิ์ จ.ลพบุรี ประธานจุดเทียนชัย 3.หลวงปู่สวัสดิ์ วัดโพธิ์เทพประสิทธิ์ จ.ลพบุรี 4.หลวงพ่อติ๋ว วัดมณีชลขัณฑ์ จ,ลพบุรี 5.หลวงพ่อเสือตาทิพย์ วัดดอนยายเผื่อน จ.สิงห์บุรี 6.หลวงพ่อเสน่ห์จันทร์ วัดจันทรังษี จ.ขอนแก่น 7.หลวงปู่แฉล้ม วัดพุทธประดิษฐ์ จ.มหาสารคาม 8.หลวงพ่อชำนาญ วัดบางกุฏีทอง จ.ปทุมธานี 9. ครูบากฤษณะ  อินทวณฺโณ จ.นครราชสีมา ประธานดับเทียนชัย พระสวดธรรมจักรและพุทธาภิเษกจากวัดระฆังโฆสิตาราม กทม.

หลวงปู่ทองดำ อินทฺวํโสพระเถราจารย์แห่งทุ่งทานตะวัน พระเกจิหนึ่งเดียวองค์นี้ผู้สืบสายวิทยาคมและปฏิปทาแห่งพระเกจิขลังเมืองปราสาทหิน คือ หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอร์เหนือ ผู้ทรงความเข้มขลังแห่งมนตรา กฤตยาคมของพระคัมภีร์ “พระธรรมเก้าโกฏิ”อันลึกล้ำ ความมหัศจรรย์และลี้ลับแห่งวัดถ้ำตะเพียนทอง พลานุภาพแห่งพญาไม้งิ้วดำอันน่าพิศวง

เรื่องราวอภินิหารเกี่ยวกับพระเครื่องวัตถุมุงคลของท่านนั้นมีมากมายหลายสิบราย ขนาดชาวมาเลเซียตั้งแต่ประชนทั่วไปก็ไม่น้อย ทั้งยังระดับท่านดาโต๊ะยังเลื่อมใสหลวงปู่ เดินทางจากมาเลเซียไปยังวัด เพื่อกราบท่านต้องการพบตัวจริงของท่าน ด้วยบารมีของหลวงปู่ อภินิหารของท่านที่มีต่อผู้เลื่อมใสนั่นเอง เรื่องราวของชาวต่างชาตินั้น ได้เล่าให้หลวงปู่และศิษย์ฟังแต่หลหลวงปู่ท่านจะไม่เล่าให้คนทั่วไป นอกจากคนที่เขาได้ยินในวันที่ท่านดาโต๊ะเล่าให้หลวงปู่ฟังและมีชาวมาเลเซียอีกหลายท่านด้วยกันเล่าให้ฟัง วันนั้นผู้คนชาวไทยเดินทางไปกราบหลวงปู่กันหลายสิบคน

                สำหรับชาวไทยนั้นในลพบุรี ซึ่งขณะนี้กำลังลงสมัครเลือกตั้งนักการเมืองท้องถิ่น เขาบอกว่าระดับประเทศนั้นบารมียังไม่ถึง ยังไม่อยากจะไปแข่งขันกับใคร ขอแค่ท้องถิ่นพอ เพราะยังประกอบการธุรกิจต่างๆ ได้ง่ายดูแลได้ทั่วถึง ท่านผู้นี้มีความเลื่อมใสหลวงปู่ทองดำมาก แต่ก่อนก็ประกอบการค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ค้าขายในท้องถิ่นย่านตำบลอำเภอและเขตใกล้เคียง กิจการล้มลุคลุกคลานไป เพื่อนชวนไปกราบหลวงปู่ทองดำ แต่แรกนั้นก็เฉย ๆ  ต่อมาได้ไปกราบท่านหลายครั้งหลวงปู่ท่านเมตตา ขอตะรุดเมตตาท่านก็ให้ ทางค้าขายอะไรท่านก็ให้ ด้วยความเชื่อมั่น ต่อมากิจารค่อย ๆ ดีขึ้นและช่วงหกเจ็ดปีที่ผ่านานั้นก็ได้บูชาพระเครื่องของท่านติดตัว ก่อนนั้นไม่เคยมีพระและของขลังหลวงปู่ หลวงพ่อติดตัวบูชาเลยแม้แต่องค์เดียว กิจการดีขึ้นมาก ดีขึ้นเรื่อย ๆ จึงมั่นใจว่าแน่นอนต้องบารมีของหลวงปู่ทองดำที่เคารพบูชาดลบันดาลช่วยให้ประสบผล ต่อมาหากทางหลวงปู่จัดงานบุญอะไรที่วัดขอให้บอกจะต้องไปช่วยงานทุกครั้ง ถ้าไม่บอกก็จะต่อว่าเลย ด้วยนับถือฝากตัวเป็นศิษย์ หากว่าเขาติดงานธุระซึ่งนัดหมายไว้ก่อนแล้วก็จะสั่งให้ลูกน้องนำสิ่งของไปช่วยและช่วยงานที่วัด ท่านผุ้นี้ปัจจุบันทำธุรกิจอาหารเกี่ยวกับไก่และน่องสำเร็จรูปของบริษัทสหฟาร์ม ซึ่งเป็นฟาร์มที่ใหญ่โตแห่งหนึ่งในระดับประเทศไทย และตอนนี้ก็กำลังหาของขลังหลวงปู่ทองดำมอบให้กับผู้เลื่อมใสโดยไม่คิดมูลค่า ก็ให้หลวงปู่ท่านเสกแล้วเอาไปแจกชาวบ้านท่าเขานับถือนั่นแหละ เคยมีสอบถามศิษย์ของหลวงปู่ท่านนี้ว่ามีพระรุ่นไหนถึงประสบความสำเร็จ เขาบอกว่าผมมีทั้งพระปิดตา พระสมเด็จ พระผงรูปเหมือน เหรียญรูปเหมือน ตะกรุดโทน ตะกรุดเมตตา แต่พระเครื่องนั้นแล้วแต่ว่าวันไหนจะห้อยพระอะไรคล้องคอพระอะไรก็เชื่อมั่นท่าน เราทำดีคิดดี ไม่เบียดเบียนรังแกใคร ก็ได้บารมีของหลวงปู่ทองดำนี่แหละถึงประสบผลพอมีฐานะขึ้นมา แล้วครอบครัวก็ไม่เดือดร้อน ทั้งภรรยาและลูก ๆ ห้อยพระของหลวงปู่ทองดำกันทุกคน

                พระเครื่องของหลวงปู่ทองดำนั้น หากเป็นพระปิดตาจะเป็นรุ่นไหนก็ตามท่านมักจะใช้ยันต์บัดหรือยันต์สาม อักขระขอมในยันต์นั้นจะประอบด้วย มะอะอุ คือแก้วสามประการ นอกยันต์นั้นประกอบด้วยหัวใจคาถาอ่านว่า อิสวาสะ มะอะอุ อุอะมะ ให้ภาวนาประจำยิ่งพวกแม่ค้าพ่อค้าจะดลจิตดลใจให้คนมาจับจ่ายซื้อสินค้าที่เราขาย เป็นมหานิยมให้คนที่เห็นหน้าเมตตาสงสาร ส่วนคำว่าอิสวาสุ คือหัวใจคาถาที่สำคัญมาก คำว่า อิ เป็นตัวต้นคาถาบทต่าง ๆหลายบท พระอาจารย์ที่เล่าเรียนมนต์วิชา หลายท่านด้วยกันที่ใช้ยันต์ใบพัดหรือยันต์สามนี้ พูดกันง่าย ๆ ว่าท่านต้องสำเร็จ รู้และแปลมนต์คาถาทีท่านเล่าเรียนมา ตัวย่อคำว่าอิสวาสุนี้นพระสงฆ์ทุกรูปต้องใช้ต้องสวดทุกวัน แม้แต่ผู้คนธรรมดาทั้งหลายก็สวดประจำ มนต์บทนั้นคือ อิติปิโส บทที่องค์สมเด็จพระนเรศวรเจ้าท่านทรงสวดเสมอ ๆ ซึ่งสมเด็จพระพนรัตนวัดป่าแก้วบอกให้พระองค์ท่านสวด แล้วชนะข้าศึกทุกครั้ง แม้พระองค์ท่านจะเข้าตีค่ายข้าศึกถูกฝ่ายข้าศึกแทงจนตกลงมาพระองค์ท่านก็หาได้เป็นอันตรายใด ๆ ด้วยมนต์บทอิติปิโส หลวงปู่ทองดำสมัยก่อนท่านยังแข็งแรงนั้น ท่านพูดแค่เป็นนัยว่า คาถาที่เสกน้ำพ่นมีไม่กี่คำเอง หลายพระอาจารย์ที่สำเร็จศึกษาปฏิบัติจนแก่กล้า ใช้คำว่าอิสวาสุนี่และเสกน้ำพ่นโรคต่าง ๆ ได้ด้วย ยิ่งผีสางต่าง ๆ เกรงกลัวยิ่งนัก ทั้งยังกันคุณไสย ป้องกันภัยต่าง ๆ อีกด้วย ส่วนหัวใจถาคามะอะอุนั้น เป็นเมตตาค้าขายทางโภคทรัพย์ เส้นยันต์ใบพัดหรือเส้นยันต์สามนั้น พระอาจารย์บางรูปท่านลงในเหรียญหรือพระเครื่องหรือผ้ายันต์ก็ตาม บางคนนั้นไม่รู้ความหมายพิสดารเลยว่ามีความหมายอย่างไร  หรือเป็นแค่ยันต์ใบพัดธรรมดาดูอย่างที่หลวงพ่อที่วัดโตนดหลวงท่านลงในหลังเหรียญของท่านทั้งด้านซ้ายและด้านขวา และรูปผ้ายันต์หงส์ของพระอาจารย์บางรูปนั้น นั่นแหละให้รู้ไว้เลยครับ รูปใบพัดนั้นมีความเด่นทางแคล้วคลาดป้องกันอันตราย กันแม้กระทั่งฟ้าผ่า  กันอันตรายแทบทุกชนิด  สายหลวงพ่อสนิท  ชิตวังโส  วัดสะแก  บางใหญ่นนทบุรี  อดีตพระอาจารย์เลืองชื่อรูปหนึ่ง  ท่านจะชักยันต์ใบพัดลงในวัตถุมงคลของท่านประจำ  แม้แต่หลวงพ่อมุม  วัดประสาทเยอร์  ผุ้เป็นพระอาจารย์ของหลวงปู่ทองดำด้วยแล้ว  บางเหรียญท่านจารด้วยเหล็กจารไว้ที่หลังเหรียญ  แม้แต้พระผงสมเด็จบางองค์ถ้าส่องกล้องดูให้ดี

  พระผงปิดตาของหลวงปู่ทองดำนั้น  นอกจากจะกันฟ้าผ่าแล้ว  ยังป้องันผีสางทำอันตรายได้ด้วย  สุดยอดเยี่ยมเลย  รายนี้เป็นทหารบกยศนายสิบ  นอกจากจะรับราชการเป็นทหารแล้ว  ยังร่วมกับญาติตั้งบริษัทยาม  รับจ้างตามบริษัทต่างๆ และตามโชว์รูมรถเก๋ง  ใครจะว่าจ้างก็รับทั้งนั้น  ถือว่าเป็นงานมีรายได้  ช่วงนั้นเขาได้งานของบริษัทเล็กๆแห่งหนึ่งในนครสวรรค์ใกล้บ้านเขานั่นเอง  ห่างกันสิบกว่ากิโลเมตร  ด้วยย่านนั้นเขาไม่เคยไปสัมผัส  อาศัยว่าตัวเองเป็นทหารบก  เรื่องที่จะให้ใครมารบกวนทางโรงงานหรือผู้บริหารที่เขาว่าจ้างไปไม่ยอม  พออยู่ไปถึงรู้ว่าทำไมที่ยามบริษัทอื่นอยู่ไม่ได้เพราะอะไร  คนงานในโรงงานบางครั้งเลิกงานกะดึกยังต้องนอนหรือนั่งพักจนสว่างถึงเดินทางกลับบ้าน  ก็ผีใกล้ๆ โรงงานด้านหลังนั้นดุมาก  บางทีตัวสูงเท่าต้นไม้หลังโรงงาน  จนทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะตัดต้นไม้  แล้วจุดยามอีกจุดหนึ่งก็เคยมียามบริษัทอื่นก่อนนั้นตายแล้วค่อนข้างจะเฮี้ยนทีเดียว  ใครมาอยู่มักจะเจอดี  ต้องไปนั่งนอกจุดหรือนั่งเก้าอี้อีกด้านข้างโรงงานถึงไม่เจอผีหลอก

               ทหารบกยศนายสิบท่านนี้อยู่ยามกับญาติสองคนในตอนกลางคืน  เพราะกลางวันต้องไปทำงานในกรมที่นครสวรรค์  แค่อาทิตย์เดียวก็เจองานหนัก  ไม่เจอคนร้ายหรือนักเลงที่ไหน  เจอผีหลอกไม่รู้จะทำอย่างไร  ก็อาศัยสวดมนต์เอาก็ไม่วายถูกหลอก  บางครั้งนั่งอยู่เหมือนมีคนเดินมาหา  แต่พอหันหน้าไปดูก็ไม่มีใครเลย  บางครั้งมองเห็นด้านหลังพอจะเรียกก็หายไป  เขาไม่รู้จะทำอย่างไร  เงินค่าจ้างเขาก็จ่ายตรงเวลา  และสงบเงียบไม่มีงานอะไรมากในตอนกลางคืน  แต่งานที่ต้องเจอผีนี่ไม่เหนื่อยแต่ปวดหัวเพราะนอนไม่หลับ  ยิ่งกลัวยิ่งหลอนหลอกตนเอง  คืนนั้นพวกคนงานช่วงพักรับประทานอาหาร  มานั่งคุยด้วยสามคนและพูดคุยถึงของขลังทางกันผีทางเมตตาและคงกระพันชาตรี  และได้แนะนำให้ไปหาหลวงปู่ทองดำ  วัดถ้ำตะเพียนทอง  อีกสองวันต่อมาทหารผู้นั้นและญาติก็เดินทางไปกราบหลวงปู่  ได้ตะกรุด  พระปิดตา  พระสมเด็จเอาไปติดตัว  แค่อาทิตย์เดียวเขาก็เดินทางไปกราบหลวงปู่อีกครั้งบอกว่าตั้งแต่ได้ของดีของหลวงปู่ไป  ผีสางที่เคยมารบกวน  เคยหลอกนั้นก็เงียบหายไปเลย   ของขลังท่านลงยันต์ลงนะนั้นเป็นมหาอำนาจแห่งพุทธคุณ  จึงกันผีทำให้ร้อนแรงด้วยอำนาจแห่งพระธรรม  อำนาจแห่งความศักดิ์สิทธิ์  ผีสางต่างๆจึงเกรงกลัวหนีหายจากไป

             นอกจากทหารและญาติๆจะมีของดีของหลวงปู่ท่านแล้ว  ครั้งหลังยังได้ให้หลวงพ่อลงกระหม่อมลงยันต์ห้าแถว  ยันต์ห้าแถวของหลวงปู่นั้นท่านลงด้วยน้ำมันเขียนยันต์ลงที่กลางหลัง  จริงๆแล้ว สมัยก่อนท่านก็ลงเหมือนกันลงน้ำมัน  ลงกระหม่อม  แต่พอลงไปแล้วคนดีเขาก็ปฏิบัติตัวตามปกติ  ทำมาค้าขายดี  แต่คนที่ไม่ดีหากินทางจี้ปล้น  ลักทรัพย์  พอเจ้าหน้าที่บ้านเมืองไล่ล่าจับทำให้อยากต่อการจับกุมยิงปืนไม่ออก  ยิงไม่เข้า  ยิงไม่ถูก  คนร้ายหนีรอดได้บ่อยครั้ง  สมัยนั้นก็ต้องพูดเลยว่า  หากหลวงพ่อไม่แน่จริงไม่อยู่ที่วัดถ้ำตะเพียนทองแห่งนี้ได้  ท่านถึงลงระหม่อม  ลงน้ำมัน ได้แต่เฉพาะชาวบ้านและศิษย์ที่รู้จักและคนในย่านนั้นเท่านั้น  พวกคนที่นับถืออยากให้ลงให้ตามที่เขาต้องการ  จึงดูให้ละเอียดว่าทำงานประกอบอาชีพอะไร

            การลงยันต์นะห้าแถว  หรือสักห้าแถวของหลวงปู่ทองดำนั้น  คาถาและหัวใจที่ลงนั้นท่านเล่าเรียนมาจากหลวงพ่อมุม   คือสมัยนี้เขาเรียกหรือนิยมกัน  จะสักหรือลงตามแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้  สมัยที่หลวงพ่อมุมมีชีวิตอยู่นั้นท่านก็ลงทั้งน้ำมันและลงดินสอดำ  พวกทหารนั้นได้มีโอกาสลงมากที่สุด  หลวงปู่ทองดำท่านเรียนวิชาเอาไว้จนหมดสิ้นและที่ลงนั้นท่านยังเอานะต่างๆทั้งนะมหาเศรษฐีที่เรียนมาจากหลวงปู่โต๊ะ  วัดประดู่ฉิมพลี  ลงไปด้วย  ถือว่าสายวิชาที่เรียนมานั้นสุดยอด  หลวงปู่ท่านก็ทำได้ขลังมีอิทธิคุณพลังสูง

 อิทธิคุณปกป้องคุ้มครองพ่อค้าลูกชิ้นปิ้งให้แคล้วคลาดอันตราย  คนอีสานรายนี้เดินทางลงมาขายลูกชิ้นปิ้ง  ด้วยขับมอเตอร์ไซด์  ไปขายตามสถานที่ต่างๆ  ช่วงนั้นเขาเดินทางไปขายทางลาดหลุมแก้วออกไปทางไทรน้อย  ตอนหลังมีคนรู้จักกันไปขายทับเส้นทางและใกล้ๆ กัน  เขาเองก็ขายและขายดีกว่าเพราะขายมานานคนรู้จักเยอะ  แต่แล้วก็กลับบ้านที่อุดรฯ  วันนั้นเพื่อนๆพาแวะมาที่วัดถ้ำตะเพียนทอง  ด้วยมีเพื่อนที่บ้านนอกขอให้บูชาของขลัง  ตะกรุด  สีผึ้ง  ผ้ายันต์  ไปฝาก  วันนั้นเขาเห็นคนที่ไปกราบหลวงปู่ลงยันต์ห้าแถวลงน้ำมัน  ลงกระหม่อม  เขาก็เลยขอลงด้วย  แล้วก็เดินทางกลับบ้าน  ไม่นานเขาก็กลับเข้ามาขายลูกชิ้นที่เดิมแต่ขายได้เพียงสองวันก็รู้สึกร้อนรุ่มกลุ้มใจ จึงหยุดขายและตระเวนหาที่แห่งใหม่  วันแรกไม่ถูกใจ วันที่สองก็ไปหาใหม่ก็ถูกใจ แล้วก็ขายที่แห่งใหม่ ได้สามวันก็ได้ข่าวว่าคนที่ขายลูกชิ้นทับเส้น่างเขานั้นถูกวัยรุ่นติดยาทำร้ายจนตาย ด้วยจี้เอาเงินแล้วได้เงินไม่ถึงร้อยบาทมันเลยบทำร้ายซะตาย นายสมบหมายบอกว่าที่เขารอดตายเพราะได้ลงน้ำมันลงยบันต์ห้าแถวจากหลวงปุ่ทองดำ จึงทำให้เขาไปค้าขายถิ่นอื่น หากว่ายังค้าชขายย่านนั้นคงต้องเดือนร้อนหรือไม่ก็ต้องถูกทำร้ายจนตาย คนเราแค่เงินไม่กี่ร้อยบาทหรือร้อยสองร้อยมันก็ฆ่ากันจนตายได้

                เขาบอกว่าที่รอดพ้นอันตรายน้นต้องเป็นด้วยผลแห่งยันต์ห้าแถวของหลวงปู่ทองดำและการลวกระหม่อมที่ท่านเสกให้ จึงดลใจให้เขาไปทางอื่น รอดพ้นความตายอย่างหวุดหวิด ไม่อย่างนี้นคงเหลือแต่ชื่อเพื่อคนขายลูกชิ้นด้วยกันถึงกับตาย แล้วเขาก็เดินทางไปเล่าให้ท่านฟังถึงวัดและพาเพื่อน ๆ ไปลงยันต์ห้าแถวอีกหลายคน เป็นหนึ่งในเวลานี้ไม่เป็นสองรองใคร ด้วยอำนาจแห่งมนต์อาคมขลังศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเรียนแล้วปฏิบัติได้ขลังจริง ๆ

                พระสมเด็จพิมพ์ก้างปลามหาเศรษฐี สร้างตามตำราครูบาอาจารย์เด่นล้ำอิทธิคุณ  แคล้วคลาดป้องกันภัยยิ่งหนัก  พระผงสมเด็จยันต์นะมหาเศรษฐีช่วยให้เด็กวัยห้าขวบรอดพ้นภัย คนเราหากไม่ถึงคราวสิ้นชีวิตหรือดวงตกอับจริงๆ  ก็ได้แสงสว่างให้นำทางไปพบสิ่งที่ดี รายนี้เปิดร้านขายอาหารตามสั่ง  เส้นทางที่จะเดินทางไปวัดถ้ำตะเพียนทอง  ก่อนถึงทางแยกไปพัฒนานิคม  ไปวังม่วงและไปเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์  คือเข้ามาจากแยกพหลโยธินตรงมวกเหล็กหน่อยเดียวบริเวณนั้นมีร้านขายอาหารและค่ายลูกเสือเยอะ  ร้านขายอาหารตามส่งร้านนี้ผู้เขียนก็อยากจะลงชื่อให้แต่ทางเจ้าของร้านขอร้อง  ด้วยไม่ได้แนะนำร้าน  เจอกันวันที่ไปกราบหลวงปู่  ได้เล่าเรื่องราวอภินิหารเกี่ยวกับพระสมเด็จที่เขาบูชาไปให้หลานชายห้อยคอติดตัว  หลังจากช่วงลอยกระทงแล้วญาติๆ และลูกชายก็เก็บพวกพลุ  พวกดอกไม้ไฟที่มีวางขาย  ซื้อมาจุดตอนลอยกระทงเยอะ  พอเหลือก็เก็บเอาไว้จุดตอนงานปีใหม่ส่งท้ายปีเก่า  เรียกว่าจุดก่อนใครๆ  และที่สำคัญต้องการหลบเด็กๆ เอาไปเล่น  วันนั้นพวกหลานๆ มาพักกันหลายคนและเด็กๆ ใกล้ๆบ้านอีกด้วย  พอรวมตัวแล้วก็ซนสนุกสนานตามประสาเด็ก รวมทั้งหลานชายวัยห้าขวบเศษกำลังนั่งชิงช้ากินขนมและดูพี่รุ่นโตๆ  เขาเล่นสนุกสนานกัน ทีนี้ไม่รู้ว่าพวกเด็กโตๆและหลานๆไปค้นเจอพวกพลุ  ไฟพะเนียง  ดอกไม้ไฟที่ซ่อนเก็บเอาไว้ได้อย่างไรด้วยความซนและความอยากเล่นต้องการจุด  ทำให้มีเด็กหนึ่งในกลุ่มนั้นไม่รู้คนไหนจุดดอกไม้ไฟแบบจรวด  ซึ่งตอนนั้นขายลูกละเป็นร้อยบาทเพราะความสวยเมื่อจุดขึ้นท้องฟ้าแล้วจะแตกระเบิดเป็นแสงสีต่างๆงดงาม  แต่ปรากฏว่าแย่งกันจุดทำให้จรวดนั้นกลับเปลี่ยนทิศทางแทนที่จะขึ้นฟ้ากับตรงมายังชิงช้าที่หลานชายวัยห้าขวบของเขานั่งกินขนมอยู่  แรงลูกจรวดยิงตรงไป  แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเพราะมีอะไรบางอย่างมาปัดขวางเอาไว้  ทำให้ลูกจรวดนั้นพุ่งเฉียดหลานเขาไปแค่ศอกเดียวเท่านั้นเอง  และไปตกลงในสระน้ำขนาดใหญ่ที่ขุดไว้ตอนเริ่มสร้างร้านอาหาร  ลองคิดดูว่าถ้าหากไม่มีปาฏิหาริย์ทำให้พลุเปลี่ยนทิศทางยังคงตรงมายังเด็กน้อยไร้เดียงสาผู้นี้เขาจะเป็นอย่างไรอาจจะตายหรืออย่างน้อยก็พิการแน่นอน  เขาต้องบอกเลยว่าที่รอดพ้นอันตรายมาได้นั้นเพราะบารมีของพระสมเด็จพิมพ์ก้างปลาหลังยันต์นะมหาเศรษฐี ที่บูชาไปจากหลวงปู่ทองดำท่านนี่แหละครับ

                   พระผงสมเด็จพิมพ์ก้างปลาของหลวงปู่ทองดำนั้นท่านสร้างไว้สองพิมพ์  คือพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก  ด้านหลังเป็นลายผ้า  ด้านข้างนั้นเป็นการตัดขอบแบบโบราณ  เอาแค่ผงเก่าๆของหลวงปู่โต๊ะและของหลวงพ่อมุมรวมทั้งที่ได้จากในถ้ำ ผสมผสานในการทำพระผงสมเด็จแค่นี้ก็ถือว่าสุดยอดแล้ว ท่านยังเสกให้อย่างเต็มเปี่ยม  อัดพลังกันสุดๆ  เพื่อให้พระผงสมเด็จของท่านมีอิทธิคุณมีพลังพร้อมทั้งจารยันต์ด้วยตัวท่านเองทีละองค์ๆ แบบเข้มขลังด้วยพลังอำนาจที่แก่กล้า  ใครบูชาติดตัวแล้ว  ให้บังเกิดผลป้องกันอันตรายได้  เมตตามหานิยมและโชคลาภ หรือพูดรวม ๆว่า “ดีครบครอบจักรวาลเลยทีเดียว” 

พูดถึงพระเครื่องในตระกูลพระสมเด็จ พระปิดตา  ที่ดังๆมีอภินิหารเป็นที่ประจักมาแล้วในอดีตมากมายแต่คนสมัยใหม่คงไม่มีโอกาสที่จะหาพระราคาแพงๆมาบูชาได้หมดทุกคน  ก็ต้องหาพระเครื่องที่สร้างขึ้นใหม่  แล้วแต่ว่าท่านจะเลือกบูชาของหลวงพ่อหรืออาจารย์ท่านใดเท่านั้นเอง  ของหลวงปู่ทองดำนั้นถึงจะสร้างใหม่แต่เด่นด้านอิทธิคุณจริงๆ  รายนี้บูชาพระสมเด็จของท่านไปติดตัว  เขาเองมีอาชีพรับจ้าง  และขับรถไถนาซึ่งปัจจุบันชาวนาเขานิยมว่าจ้างรถไถนา  รถคลาดนา  ว่าจ้างกันแบบเบ็ดเสร็จ  แม้กระทั้งเกี่ยวข้าวยังจ้างรถเกี่ยวกันเลย  เจ้าของนาแทบไม่ต้องทำอะไรเลย  รอรับเงินอย่างเดียว  นายชิด  พานิช  เขารอดตายเพราะบารมีพระสมเด็จของหลวงปู่ทองดำองค์เดียวเท่านั้น  ปกติแล้วช่วงนั้นนายชิด  ต้องขับรถไถนา  คลาดนา  ทำนาให้กับนายฝรั่ง  พวงรัตน์  ซึ่งมีรถไถนาหลายคัน  ระยะนั้นเหลือผู้ว่าจ้างรายเดียว  ถึงนาจะมีสองร้อยกว่าไร่แต่นายชิดขอทำคนเดียวเพราะจะได้เงินมาใช้จ่าย  ช่วงวันหยุดเพื่อนนายชิดชวนนายชิดไปเที่ยวลพบุรีทั้งเขื่อนป่าสักฯ  ทุ่งทานตะวัน  ไร่องุ่น  เลยไปเที่ยวน้ำตกและไปยังมวกเหล็กอีกด้วย  คนขับรถสองแถวที่ว่าจ้างไป  บอกให้คณะของเขาเข้าไปไหว้หลวงปู่ทองดำที่วัดถ้ำตะเพียนทองพวกเขาก็ไป  พอไปถึงวัดก็พบทั้งคนไทยและคนต่างชาติเดินทางไปไหว้หลวงปู่กันอย่างมาก นายชิดเขาบอกผมชอบพระสมเด็จ หลังจากกลับบ้านก็เอาใส่ตลับห้อยคอทันที เขายังไปอวดเพื่อนร่วมงานขับรถและทำงานช่างเหล็ก นายชิตขับรถไถนาอีกสามวัน เพื่อนทำงานในกลุ่มเดียวกันก็มาขอนายฝรั่งเจ้าของรถไถนาบอกเขาขอรถไถนา  แต่แรกนายฝรั่งจะไม่ยอมเพราะตกลงกับนายชิดแล้ว  แต่แล้วพอพูดกับนายชิดไม่ว่าอะไร  นายชิดก็ไปช่วยงานทาสีโบสถ์ที่วัดป่าคา  อภินิหารหรือบังเอิญไม่รู้  ปรากฏว่านายนิตย์ที่ขอขับรถไถนาแทนนายชิด  เขาทำอย่างไรไม่รู้ตกรถตาย  รถที่ขับไปนั้นเกิดอุบัติเหตุทำให้รถสะดุดรถกระตุกทำให้คนขับพลัดตกลงมากระแทกรถตาย  ดีนะที่ไม่เสียชีวิตคาที่แต่ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล  ตอนที่นายนิตย์ตายใครๆก็พากันคิดว่านายชิดตาย  เพราะเขาขับรถคันนั้นประจำ  นายชิดบอกกูยังไม่ตายโว้ย  นี่ นี่ แล้วเขาก็หยิบพระสมเด็จที่ห้อยคอองค์เดียวให้เพื่อนๆดู  เขาบอกว่ารอดตายเพราะพระสมเด็จหลังยันต์นะของหลวงปู่ทองดำนี่แหละ   เขายังเดินทางไปกับเพื่อนขอบูชากันมาคนละหลายๆองค์  นายชิดบอกว่าไม่รู้นึกยังไงที่ยอมให้นายนิตย์ขับรถแทนเขา  ซึ่งปกติฝรั่งไว้แล้วว่าจะขับรถไถนาให้สำเร็จทั้งหมดสองร้อยกว่าไร่  ต้องเป็นเพราะอำนาจแห่งพระสมเด็จที่เขาบูชาดลใจให้เลิกทำนั่นเอง  ไม่อย่างนั้นคงเป็นเขาเองที่ต้องตาย

               บารมีพระสมเด็จก้างปลา  ช่วยให้รอดพ้นอันตราย   รายนี้เขามีอาชีพค้าขายอาหารทะเลตามตลาดนัดต่างๆ  ในเขตสระบุรี  ลพบุรี  จะไปหาซื้อของทะเลทั้งแห้งและสดมาขายตามตลาดนัด  ไปครั้งหนึ่งก็ขนมาเต็มคันรถ  แล้วที่แห้งก็แบ่งเป็นขีด  เป็นกิโลขาย  ที่เป็นของสดนั้นก็ต้องเร่ขายแทบทุกวัน  เขาไปซื้อของทะเลทางระยองบ้าง  จันทบุรีบ้าง  ตราดบ้าง  แล้วแต่ช่วงจังหวะจะไปไหน  วันนั้นที่ข้างๆบ้านเขามีแหล่งนิยมพระเครื่องมีการเช่าหาแลกเปลี่ยนพระเครื่องกันทุกวันพุธ  วันนั้นเขาหยุดขายของตามตลาดนัดพอดีเขาเห็นพระสมเด็จแล้วถูกใจนึกชอบมาก  ก็เห็นคนอื่นเขาใส่ตลับเงินห้อยคอแล้วดูงดงามดี เห็นคนรู้จักกันมีวางในกล่องก็ขอเช่า  ซึ่งเขาก็ให้เช่าต่อในราคาไม่แพงบวกค่ารถค่าน้ำมันเล็กน้อย  แล้วตัวก่อนที่จะกลับลพบุรี  ปรากกฎว่าเขาและเพื่อนไปมีเรื่องกับคนงานก่อสร้างที่เป็นช่างทาสีที่โรงงานก่อสร้างใหม่แห่งหนึ่ง  ทีนี้คนงานที่มีเรื่องด้วยนั้นเป็นคนลพบุรี  พอมีเรื่องันเสร็จคนงานก็พาเพื่อนสี่ห้าคนมาดักทำร้ายเขา  มีคนหนึ่งต้องคดีร้ายแรงด้วย  ตอนหลังได้พยายามดักทำร้ายเขา  แต่เขาก็รอดพ้นอันตรายมาได้  เขาบอกว่าแคล้วคลาดกันหวุดหวิดถึงสองครั้ง  เขานึกถึงพระเครื่องที่ห้อยคอกำไว้แน่นขอให้ท่านช่วย  ก็เป็นที่อัศจรรย์มาก  พวกนั้นตามดักเขากับเพื่อนแค่สองคนแต่ตามหาไม่พบ  จนเขารอดพ้นอันตราย  จึงมั่นใจในอิทธิคุณของพระสมเด็จที่บูชามา  ซึ่งเป็นพระสมเด็จก้างปลาของหลวงปู่ทองดำ  วัดถ้ำตะเพียนทอง

                 พอกลับไปบ้านที่ลพบุรีได้  ก็เล่าให้ญาติซึ่งเป็นตำรวจฟังถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นซึ่งเขากับเพื่อนไปทานข้าวที่ร้านอาหารแล้วก็พากันขับรถกลับระหว่างทางเจอคนกลุ่มนี้เมาสุรา บีบแตรไล่หน่อยเดียว  มันก็หาเรื่องทำร้ายเอาเลย  และบอกลักษณะรูปร่างหน้าตาท่าทางเหมือนคนลพบุรี   พอญาติเขาได้ฟังลักษณะท่าทางแน่นอนว่าใช่แล้วคนร้ายที่เจ้านายสั่งให้ตามจับอยู่นั่นเอง  ญาติเขาที่เป็นตำรวจจึงให้เขาไปดูว่าคนงานคนนั้นทำงานที่โรงงานอะไร  แต่ญาติเขามิได้บอกว่าต้องการจับตัวชายคนนี้  จนเขาไประยองแล้วกลับมาบอกเขาว่าชายดังกล่าวว่าอยู่ที่ไหน  ญาติที่เป็นตำรวจจึงบอกว่าเขาต้องการจับชายคนนี้ในคดีพยายามฆ่า ตอนที่เขาหนีคนร้ายนั้นน่าอัศจรรย์มากพวกนั้นหลายคนตามหาเขาไม่พบ  แต่เขากับมองเห็นพวกนั้นกำลังวิ่งไล่ตามหาเขา  แต่เหมือนคนพวกนั้นเห็นเขากับเพื่อนวิ่งไปทางอื่นทำให้พวกนั้นวิ่งไปคนละทางกับเขา  ทำให้เขารอดพ้นกลับมาอย่างปลอดภัย  ด้วยอำนาจแห่งบารมีพระสมเด็จของหลวงปู่ทองดำรุ่นก้างปลาองค์เดียวเท่านั้น  ถึงเป็นพระใหม่แต่อิทธิคุณดียิ่งนัก

                  จากการเปิดเผยของกำนันบุญรัตน์  เหมือนสร้อย  กำนันตำบลท้ายเกาะ  อำเภอสามโคก  ปทุมธานี  เล่าให้ฟังว่า  เพื่อนเขาอยู่ลพบุรีหลายคน  ซึ่งอยู่ใกล้ๆ ฟาร์มโคนมและโรงงานทำไก่สดผลิตไก่สำเร็จรูปไปขาย  เพื่อนตำรวจที่ลพบุรีเล่าให้ฟังว่าสมเด็จของหลวงปู่ทองดำนั้น  ที่พบเห็นแคล้วคลาดอันตรายดีเหลือเกิน  ตอนนั้นไปติดตามหาข่าวทั้งคดีฆ่าคนตายและคดียาเสพติด  สายตำรวจคนหนึ่งแต่แรกก็ไม่ยอมทำงานให้แต่พอได้เงินค่าจ้างก็สืบข่างส่งข่าวให้ตลอดเวลา  แต่ก่อนทำงานต้องสาบานต่อว่าต้องเป็นความลับทั้งหมด  และไม่ยอมบอกชื่อเสียง  และห้ามหักหลังต่อกัน  กี่งานกี่ครั้งก็ว่ากันไปแม้แต่การรับข่าวก็ไม่รับกันตรงๆ  สายผู้นี้ถึงยอมรับทำงาน   สายตำรวจคนนี้หาข่าวสืบข่าวเก่งมาก  ตอนหลังคนร้ายคงสงสัยหรือบางช่วงที่ไปหาข่าวนั้นมันต้องเสี่ยงก็เลยถูกฝ่ายคนร้ายตามล่าและดักทำร้าย  ระยะนั้นต้องหนีออกไปอยู่บ้านญาติกันซึ่งมีสวนอยู่ใกล้ถนนรถยนต์เวลาใครไปมาหรือใครคอยสังเกตอะไรจะมองเห็นได้ไกล  มีครั้งหนึ่งเขาไปหาข่าวและไปค้าขายปรากฏว่าคนร้ายมันจำได้มันเลยดักเล่นงานตอนเขากลับบ้าน  เขาต้องทิ้งมอเตอร์ไซด์เก่าๆที่ไปค้าขาย  พวกนั้นไล่ล่าตามฆ่า  เขาอธิษฐานต่อสมเด็จก้างปลาที่รับมากับมือของหลวงปู่  ขอให้รอดพ้นอันตราย  ให้แคล้วคลาดปลอดภัย  เขาทำความดีช่วยชาติบ้านเมือง  คนร้ายไม่ดีให้หนีหายห่างออกไป  เขาหลบซ่อนตัวที่โคนต้นไม้ขนาดคนโอบ  แถวนั้นก็โล่งเตียนมีต้นไม้ไม่กี่ต้น  อัศจรรย์ยิ่ง พวกมันตามหาเขาไม่พบ  ตอนหลังพวกคนร้ายที่เขาตามสืบหาข่าวอยู่นั้น  บางรายถูกจับบางรายก็คงหลบหนีไปซ่อนตัวถิ่นอื่นหมด  ตำรวจผู้นั้นจึงเล่าให้ฟังอีกว่า  สายของเขานั้น  พอเสร็จงานแล้ว  จะไปทำบุญแล้วเอาพระผงสมเด็จนั้นอธิษฐานทำน้ำมนต์อาบตัวเขาเอง  เป็นนะจังงังดีด้วย  คนเห็นแล้วสงสาร  บางคนเห็นแล้วจำไม่ได้  นอกจากนี้ยังเด่นด้านโชคลาภอีกด้วย  มีคนพูดกันบ่อยๆ  แค่ออกให้คนบูชาไม่นานมานี้เอง  มีประสบการณ์มากมายก็คนเขาบูชาไปติดตัว  มีความเลื่อมใสศรัทธา

 

วัตถุมงคลของขลัง  หลวงปู่ทองดำ  อินทวํโส  วัดถ้ำตะเพียนทอง  หลวงปู่ท่านสร้างขึ้นมาแล้วเสกอย่างมั่นใจพอใจ  เอากันให้แน่นๆ  อัดพลังเต็มที่  ให้มีอิทธิคุณครบครัน   บังเกิดผลแก่ผู้บูชา   ถึงแม้ว่าจะสร้างขึ้นมาใหม่ๆ  แต่ถูกต้องด้วยกรรมวิธี  ตามที่เล่าเรียนมาจากครูบาอาจารย์ท่านเป็นหนึ่งในสุดยอดพระเกจิอาจารย์เมืองลพบุรี  พระดีแห่งทุ่งทานตะวัน  วัดนี้ถึงจะไม่มีรถประจำทางวิ่งผ่าน  แต่เมื่อท่านผู้อ่านได้เดินทางไปวัดแล้วแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง  วันหยุดราชการนั้นคนเยอะทีเดียว   แม้วันธรรมดาก็มีไม่ขาดสาย  ด้วยแรงศรัทธาต่อหลวงปู่นั่นเอง  และสิ่งที่ทุกคนที่ทุกคนอยากได้กันมากที่สุดในเวลานี้ก็คือ  การลงยันต์ห้าแถวของหลวงปู่  นอกจากคนทั่วไปแล้วยังมีดาราภาพยนตร์ของไทยหลายคนแต่เขาทั้งหลายไม่ยอมให้ลงชื่อเสียงเรียงนามเพราะไม่อยากให้คนคิดว่าสร้างกระแสข่าว  อยากให้เห็นกันชัดๆ แบบประสบการณ์จริงๆ  เห็นกันจะๆ  ไปเลยว่าของหลวงปู่นั้นดีแค่ไหน  นอกจากนี้ยังมาเล่าให้หลวงปู่ท่านฟังอีกว่า  เคยไปลงมาหลายต่อหลายอาจารย์มาแล้ว  คนอื่นที่ไปลงเหมือนเขาจะประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จอันนี้ไม่รู้  แต่ที่เขาเลื่อมใสในองค์หลวงปู่นั้น  คือญาติของเขาเองเคยลงยันต์ห้าแถวกับหลวงปู่ทั้งยังลงกระหม่อม  ช่วงนั้นทำธุรกิจเล็กๆ  น้อยๆ  ถึงจะเป็นธุรกิจที่เล็กน้อยแต่รายได้ก็ดีบางเดือนแบ่งกำไรแล้วห้าคน  ได้คนละหมื่นกว่าบาทถึงสองหมื่นบาท  ก็ค่อยๆดีเป็นลำดับ  ทำกันแต่ธุรกิจในครัวเรือนเล็กๆ  ก็อยู่กันได้  ตั้งแต่นับถือหลวงปู่บูชาของขลังไปติดตัว  ไปบูชา  ติดต่อการงานอะไรก็ดี  ราบรื่นเห็นผลกันเลย  อย่างลูกค้าที่ไม่เคยสั่งสินค้าเป็นลูกค้าที่อื่นเขาก็โทรมาลองสั่งติดต่อไปขายดูปรากฏว่าไปๆมาๆ กลายเป็นลูกค้าประจำกันเลย  ตัวเขาเองมีธุรกิจส่วนตัวแล้วตอนนี้ก็ค่อยๆ  ห่างการแสดงหันมาดูแลธุรกิจตัวเองดีกว่า

                และเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2554 ที่ผ่านมาได้มีคณะทัวร์บุญไหว้พระตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ จำนวนสามร้อยกว่าคน จัดโดยคณะของคุณวันชัยสุพรรณ เจ้าของรายการคุยเฟื่องเรื่องพระทางเคเบิลทีวี และคุณหนุ่ม 19 ได้พาคณะทัวร์ไปกราบขอพระพระธนบดีเศรษฐี 9 หน้า พระแห่งความร่ำรวย กราบขอพรเจ้าแม่ตะเพียนทอง ขอโชค ขอลาภ และได้นำกล้วยน้ำหว้าไปขอพรพ่อปู่ฤาษีชีวกและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ภายในถ้ำตะเพียนทอง เพื่อให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ ประกอบธุรกิจการงานจะได้มีแต่เรื่องกล้วย ขากลับหลวงปู่ทองดำ ท่านได้เมตตาแจกวัตถุมงคลและเจิมหน้ามหามงคลให้กลับทุกคนกลับไปมีแต่ความร่ำรวย รุ่งเรือง อีกด้วย สร้างความประทับใจให้กับศิษย์ที่ได้มากราบหลวงปู่ทองดำยิ่งนัก ถึงแม้จะได้มากราบเพียงครั้งแรกก็สามารถรับรู้ได้ถึงความมีเมตตาของท่าน จะพูดคุยซักถามอะไรมากก็ไม่ได้เพราะมาเป็นคณะทัวร์ เวลามีจำนวนจำกัดเพราะต้องไปต่ออีกหลายที่  ได้เพียงแต่พูดว่าถ้ามีโอกาสจะพาครอบครัวมากราบหลวงปู่ที่วัดเป็นการส่วนตัวจะได้มีเวลาอยู่ที่วัดนาน

                มีหลายคนพูดว่า วัดถ้ำตะเพียนทองมีแต่ศิษย์รวย ๆ เท่านั้นที่จะสามารถมากราบหลวงปู่ทองดำได้ คนจนหมดสิทธิ์ ไม่ใช่ว่าหลวงปู่ทองดำท่านไม่ต้อนรับคนจน แต่ด้วยเหตุผลที่ว่าการเดินทางมาที่วัดถ้ำตะเพียนทองนั้นค่อนข้างจะลำบากสำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัว เนื่องจากวัดถ้ำตะเพียนทองนั้นอยู่ติดกับเขาที่รายล้อมไปด้วยไร่อ้อย ไร่มัน ถึงแม้การเดินทางจะสะดวกก็จริง จากกรุงเทพฯไปก็เพียง 180 กิโลก็ตาม ถ้าเข้าทางอำเภอมวกเหล็ก น้ำตกเจ็ดสาวน้อย บ้านสวนมะเดื่อ  ถึงแม้การเดินทางไปที่วัดถ้ำตะเพียนทองจะลำบากแค่ไหน แต่สำหรับศิษย์ที่ศรัทธาในตัวหลวงปู่ทองดำแล้วไม่ยากเลยซักนิดเดียว เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีศิษย์ท่านหนึ่งชื่อ ประเสริฐ ทำงานอยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ เคยแต่บูชาวัตถุมงคลของหลวงปู่แต่ทางไปรษณีย์ ได้ทราบข่าวว่าตอนนี้หลวงปู่ท่านเปิดวิชาลงยันต์ห้าแถว ถ้าใครอยากจะลงต้องเดินทางไปที่วัดด้วยตัวเอง พอวันหยุดจึงได้ชวนเพื่อนไปด้วยหนึ่งคนโทรสอบถามที่วัดว่ามีรถอะไรที่ผ่านใกล้ที่สุด ปรากฏว่ามีเฉพาะรถตู้เท่านั้นที่วิ่งผ่านอำเภอท่าหลวง ถ้าจะมาที่วัดต้องต่อรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างมาที่วัดระยะทางประมาณยี่สิบกว่ากิโล วันนั้นจึงออกเดินทางด้วยรถตู้ตั้งแต่เช้า พอถึงอำเภอท่าหลวงก็ได้เหมารถมอเตอร์ไซด์ไปกลับเขาคิดห้าร้อยบาท ในใจก็คิดว่าทำไมแพงจัง แต่ด้วยความที่ต้องการมากราบหลวงปู่เท่าไหร่ก็จ่าย วันนั้นนั่งซ้อนสองกับเพื่อนเลย พอมาถึงปากทางเข้าวัดรถเกิดยางแตกพอดี เจ้าของรถเลยขอไปปะยางก่อนให้รออยู่ตรงปากทางนี่แหละ พอดีมองเห็นวัดคงอยู่ไม่ไกลเลยตัดสินใจเดินไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นถนนลูกรัง ระหว่างทางได้เจอกับผู้หญิงแต่งตัวดีใส่ชุดขาวขี่รถมอเตอร์ไซด์ออกมาและถามว่าจะไปไหน ตนเองจึงบอกว่าจะไปกราบหลวงปู่ทองดำที่วัดบังเอิญรถยางแตก ผู้หญิงคนนั้นจะอาสาไปส่งแต่ด้วยตัวเองมาด้วยกันสองคนและเป็นผู้ชายด้วยจึงได้ปฏิเสธไป พอไปถึงที่วัดหลังจากได้กราบหลวงปู่ทองดำและลงยันต์ห้าแถวสมใจแล้ว หลวงปู่จึงบอกให้ไปกราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ภายในถ้ำและอย่างลืมกราบเจ้าแม่ตะเพียนทองด้วยนะ พอกราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในถ้ำหมดทุกที่แล้วพอออกจากถ้ำเลยแวะไปกราบเจ้าแม่ตะเพียนทอง พอจุดธูปเงยหน้ามองเจ้าแม่เพื่อที่จะได้อธิษฐานขอพอ ถึงกับขนลุกซู่ เพราะหน้าเจ้าแม่ตะเพียนทองและผู้หญิงชุดขาวที่ขับรถมอเตอร์ไซด์ที่ขับรถสวนทางกับเขาหน้าตาเหมือนกันจริง ๆ นึกในใจว่าตัวเองเจอของจริงเข้าแล้ว เลยตั้งจิตอธิษฐานไปว่าถ้าเจ้าแม่ตะเพียนทองศักดิ์สิทธิ์จริงลูกกลับไปครั้งนี้ขอให้มีโชคลาภ แล้วจะกลับมาใหม่พร้อมกับจะซื้อชุดไทยพร้อมกับเครื่องประดับต่าง ๆ มาถวายและจะได้ร่วมทำบุญสร้างศาลาการเปรียญกับหลวงปู่ด้วย พอหลังจากกลับไปที่กรุงเทพฯได้เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเองให้กับเพื่อนร่วมงานฟัง ทุกคนให้ความสนใจและอยากจะไปกราบหลวงปู่ที่วัด ถ้าไปเที่ยวหน้าอย่าลืมชวนด้วยนะ พอถึงวันที่ล็อตเตอรี่ออกเลยได้พากันไปเสี่ยงโชค ปรากฏว่าถูก 2 ตัวบ้าง 3 ตัวตรง ๆ ก็มี จึงได้พากันเดินทางไปกราบหลวงปู่ทองดำอีกครั้ง และที่ลืมไม่ได้เครื่องชุดไทยและเครื่องประดับต่าง ๆ เพื่อไปถวายเจ้าแม่ตะเพียนทองตามที่ได้สัญญาไว้ และยังรับปากจะเพื่อนที่ทำงานมาทำบุญที่วัดถ้ำตะเพียนทองเยอะ ๆ ศาลาการเปรียญจะได้เสร็จเร็ว ซึ่งขณะนี้ช่างก็ทำกันอย่างต่อเนื่องไม่เคยหยุดก่อสร้างเลยแม้แต่วันเดียว เพราะที่นี่สร้างกันจริง ๆ

นโยบายของเว็บไซต์ (Merchant Policy)
วิธีการชำระเงิน (Payment Method) อ่านทั้งหมด
• โอนเงินผ่านธนาคาร 
รายละเอียดบริษัท (Company Detail)
พ.ราชพฤกษ์
79/147 ม.เจ้าพระยาราชพฤกษ์ 10 ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี 11140
พ.ราชพฤกษ์   ศูนย์รวมวัตถุมงคลดัง พระเกจิขลัง เครื่องรางเยี่ยม รับสั่งจองและให้เช่าบูชาวัตถุมง... อ่านทั้งหมด
นโยบายการคืนสินค้า (Return Policy)
เวลาให้บริการ (Business Hour)
การรักษาข้อมูล (Privacy Policy)