รายละเอียด:
พระครูโกวิทสารวิมล(หลวงปู่จันทร์)วัดจันทรังษี บ้านหนองโจด อ.พลจ.ขอนแก่น
พระอาจารย์ผู้ทรงธรรมเรืองเวทย์วิทยาแห่งตำรับไสยะอีสานโบราณใหญ่
เจ้าตำรับเรือมหาลาภเร่งรวยลืมจน กุมารทองเรียกทรัพย์ เด่นด้านโชคลาภ เมตตา มหาเสน่ห์
พระครูโกวิทสารวิมลหรือ หลวงปู่จันทร์เจ้าตำรับเรือมหาลาภเร่งรวยลืมจน ที่แกะจากไม้รางหมู ทำให้ชื่อเสียงของท่านโด่งดังไปทั่วประเทศ ท่านหยุดจัดสร้างวัตถุมงคลเป็นเวลา 2 ปี ท่านได้ทำการเดินธุดงค์จำพรรษาไปอยู่เชิงเขา จ.เพชรบูรณ์ เพื่อศึกษาวิชาอาคมและได้เรียนวิชาอาคมเพิ่มเติมจากพระเกจิชื่อดังอีกหลายรูป
กับจากธุดงค์ท่านได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านหนองโจด อ.พล จ.ขอนแก่น เพราะได้มีญาติโยมไปนิมนต์มาเป็นเจ้าอาวาสที่ว่างลง เพื่อให้มาพัฒนาวัด พอท่านมาไม่นานก็ได้นำดินมาถมที่บริเวณวัดจนเต็ม โดยไม่เสียเงินแม้แต่บาทเดียว สร้างความแปลกใจให้แก่ชาวบ้านแถวนั้นยิ่งนัก ถ้าคิดเป็นเงินน่าจะหลายแสนบาท พื้นกุฏิหลังเก่า ซ่อมแซมใหม่ เพื่อรองรับศิษย์ที่เดินทางมาบูชาของดี ของค้าขาย อาบน้ำมนต์ ตรวจดูดวงชะตา ดูฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน หรือจะทำกิจการอันเป็นมงคลต่าง ๆ ที่ เพิ่มมากขึ้นทุกวัน จนหลายคนถึงกับออกปากว่าจะไปดูมาหลายที่ แต่ต้องมาจบลงที่หลวงปู่จันทร์ทุกที ขอเพียงได้น้ำมนต์เพียงหยดเดียว หรือแม้แต่สายสิญจน์เพียงเส้นเดียว ก็ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นทันตาเห็น
หลังจากที่หลวงปู่จันทร์ ท่านได้ทำการถมที่บริเวณวัดบ้านหนองโจดทั้งหมดแล้ว ท่านได้มองไปรอบ ๆ บริเวณวัด ว่ายังต้องทำการก่อสร้างสาธารประโยชน์ต่าง ๆ อีกมากมาย แต่การก่อสร้างต่าง ๆ นั้นต้องใช้ปัจจัยจำนวนมาก ถ้าจะไปบอกบุญหรือเรี่ยไรชาวบ้าน หากฐิน ผ้าป่า ก็ไม่ใช่เหตุ เพราะชาวบ้านแต่ละคนในละแวกนั้นล้วนแต่ประกอบอาชีพทำนา หาเช้ากินค่ำ ดังนั้นท่านจึงได้จัดสร้างวัตถุมงคลขึ้นเพื่อมอบให้กับผู้บริจาคทรัพย์ หรือผู้มีกำลังทรัพย์ ที่อยู่ทั่วประเทศ และต่างประเทศ ได้บูชา ปัจจัยที่ได้มาค่อยนำมาก่อสร้างสิ่งต่าง ๆ ภายในวัดบ้านหนองโจดต่อไป
ประวัติโดยย่อพอสังเขป
หลวงปู่จันทร์ เกิดเมื่อวันที่14 มกราคม พ.ศ.2477 ที่บ้านหนองแลน ต.ลอมคอม อ.พล จ.ขอนแก่น ชื่อเดิมของท่านคือ นายจันทร์ แซ่ตั้ง บิดาชื่อ นายงิ้มดำ แซ่ตั้ง มารดาชื่อ นางแก้ว บุญหล่อ มีพี่น้อง 5 คน เป็นหญิง 1 คน ชาย 4 คน (หลวงพ่อเป็นบุตรคนโต) เริ่มบวชเมื่ออายุ 23 ปี ที่ พัทธสีมาวัดเรไร บ้านหนองแวงห้วยทราย ต.ละหารนา อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ.2500 และต่อมาได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดโพธิ์ทอง ต.ชัยวาน อ.หนองหาร จ.อุดรธานี ในปีเดียวกันนี้เอง เพื่อไปเป็นพระอาจารย์สอนพระปริยัติธรรมและอบรมวิปัสสนากรรมฐาน
รับตำแหน่งเจ้าอาวาสครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2507 ที่วัดไพบูลย์ ต.ทางขวาง อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น เป็นผู้นำชาวบ้านให้ร่วมพัฒนาวัดพัฒนาท้องถิ่นจนสำเร็จลุล่วง สามารถปรับพื้นที่ว่างเปล่าให้มีน้ำใช้เพื่อการเกษตรและมีสภาพแวดล้อมที่ดีจนมีสัตว์ป่านานาชนิด ต่างก็มาอาศัยทำรังในบริเวณนั้น
ต่อมาในปี พ.ศ.2510 ท่านได้ย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีประสิทธิ์ บ้านหนองแกมน ต.โคกสง่า อ.พล จ.ขอนแก่น ได้พัฒนาความเจริญรุ่งเรืองให้แก่วัดนี้เป็นอย่างมาก ทั้งยังเป็นศูนย์รวมน้ำใจของชาวบ้านในละแวกนั้นและเขตใกล้เคียงมีชื่อเสียงอยู่ในระดับหนึ่ง ในแต่ละวันมีชาวบ้านต่างศรัทธามาร่วมกันทำบุญมากมาย มีรายได้เข้าวัดสม่ำเสมอจนทำให้มีโจรบุกเข้าปล้นวัดในคืนวัดหนึ่งประมาณเดือนเมษายน พ.ศ.2520 แต่เนื่องด้วยบารมีแห่งความบริสุทธิ์และความสมถะสันโดษไม่เป็นผู้สะสมปัจจัยต่าง ๆ หลวงปู่ท่านได้เจรจากับเหล่าโจรด้วยความสงบและเป็นจริงว่า รายได้ปัจจัยทั้งหมดหลวงปู่ไม่เคยสะสมเอาไว้แม้แต่น้อย มีเท่าไรก็ทำบุญพัฒนาวัดจนหมดสิ้น
เมื่อเหล่าโจรได้รู้ความจริงดังนั้นถึงกับเข่าอ่อนหมดทุกคน วางอาวุธและคุกเข่าลงพร้อมกับรีบกราบขอขมาหลวงปู่ท่านและถอยล่ากลับไปอย่างไร้ร่องรอยโดยที่หลวงปู่ไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย(สันนิษฐานว่าหลวงปู่น่าจะสำเร็จวิชาอะไรดี ๆ อย่างแน่นอน มิเช่นนั้นคำพูดเพียงประโยคเดียวสั้น ๆ คงไม่สามารถทำให้โจรถึงกับเข่าอ่อนก้อมลงกราบขอขมาและล่าถอยกลับไปอย่างง่ายดาย) หลวงปู่จันทร์ท่านอยู่พัฒนาวัดจันทร์ประสิทธิ์จนถึง พ.ศ.2527 จึงได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหนองบะ ในปี พ.ศ.2528 สืบมาจนถึง พ.ศ.2550 ท่านได้รับพระราชทานสมณะศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ที่พระครูโกวิทสารวิมล(เจ้าคณะตำบลโคกสง่า) ในปี 2529 เลื่อนสมณะศักดิ์เป็นพระครูชั้นโทในปี พ.ศ.2535 จนถึงทุกวันนี้ท่านมีอายุได้ 77 ปี 54 พรรษา ปฏิบัติกิจแห่งเพชรสมณะได้เป็นอย่างดีมิขาดตกบกพร่อง สมกับที่ได้รับยกย่องว่าเป็นพระสงฆ์เนื้อนาบุญแห่งพระศาสนา
ศึกษาวิชาไสยศาสตร์
เรื่องราวของวิชาอาคมความเก่งกาจในวิชาไสยศาสตร์สำหรับ หลวงปู่จันทร์ แล้วเป็นที่โจษขานและเชื่อมั่นเป็นกันอย่างมากในหมู่ลูกศิษย์ลูกหาและชาวบ้าน โดยทั่วไปเลื่องลือกันว่าท่านมีวิชาฉมังทางด้านเมตตามหานิยม ค้าขาย อย่างแรงชนิดเชื่อขนมกินได้ ทำให้วัตถุมงคลท่านจัดสร้างขึ้นเองแต่ละรุ่นไม่ค่อยเหลือให้เห็นปรากฏในวัดนัก เนื่องจากเหล่าผู้มีประสบการณ์ในวัตถุมงคลของท่านต่างพากันรุมแย่งบูชาจนหมด รายได้จากส่วนนี้ช่วยบำรุงรักษาวัดสืบมาเป็นระยะ ๆ ถ้าของท่านไม่แน่จริง คงไม่สามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่ท่านอย่างแน่นอน
ในเรื่องการศึกษาวิชาอาคมทางด้านไสยศาสตร์นั้น ท่านเริ่มเรียนอย่างจริง ๆ จัง ๆ เมื่อปี พ.ศ.2515 กับพระอาจารย์สวย ปรัสโส พระอาจารย์ผู้เรืองเวทย์ มนต์มหาเสน่ห์เมตตา กำบังตนคงกระพัน แห่งวัดสุนทราวาส มีชื่อเสียงโด่งดังมากในเขตบ้านโคกสง่าในยุคนั้น กล่าวกันว่า ท่านเป็นหนึ่งไม่มีสองหลวงปู่จันทร์ท่านเรียนวิชากับอาจารย์สวยจนท่านกล่าวว่าวิชาเสมอกันแล้ว
ในปี พ.ศ.2518 ท่านได้ไปศึกษาวิชาอาคมต่อกับพระอาจารย์ภูมี วัดโพธิ์ทอง ต.ชัยวาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี สำเร็จวิชาทำน้ำมนต์รักษาคนไข้ ตรวจดวงชะตา และในปีเดียวกันนั้นเองก็ได้สำเร็จวิชาทำน้ำมนต์รักษากระดูก วิชาถอนคุณไสยจาก ท่านพ่ออ้าย ชานันโท บ้านเพียปู่ ต.ชัยวาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี พระอาจารย์เฒ่าผู้มีฉายาว่าพระหมอหลวง เชี่ยวชาญรักษาโรคต่าง ๆ ทางด้านสมุนไพร ถอดถอนคุณไสย เป็นที่เลื่องลือ ใครโดนของ ผีเข้าเจ้าสิงมาถึงมือพระหมอเฒ่าเป็นอันว่าหายอย่างแน่นอน หลวงปู่จันทร์ ท่านได้ร่ำเรียนศิลปะวิชาต่าง ๆ จนเกิดความเชี่ยวชาญสามารถรับแขกเพื่อรักษาโรคแทนพระอาจารย์ทั้งสองได้ เป็นที่ไว้วางใจของทั้งสองพระอาจารย์และชาวบ้านโดยทั่วไปอย่างสูง
ล่าสุด หลวงปู่จันทร์ ท่านได้จัดสร้างกุมารทองเรียกทรัพย์ ขนาดบูชารุ่นแรกด้วยเนื้อว่านมหามงคล ว่านมหาเศรษฐี นานาชนิด นำเข้าพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ วัดถ้ำตะเพียนทอง เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมาซึ่งท่านได้รับนิมนต์ไปปลุกเสกด้วย และนำกับไปปลุกเสกเดี่ยวที่วัดอีก 9 วัน 9 คืน ก่อนเปิดให้ศิษย์ได้ทำบุญบูชา เพื่อนำปัจจัยบูรณะซ่อมแซมภายในวัดต่อไป...